<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>Tete Cinema</title>
	<atom:link href="http://tetecinema.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://tetecinema.wordpress.com</link>
	<description>This is my playground and diary about cinema culture in Bangkok</description>
	<lastBuildDate>Sun, 06 Jun 2010 19:44:36 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
<cloud domain='tetecinema.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://s2.wp.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>Tete Cinema</title>
		<link>http://tetecinema.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://tetecinema.wordpress.com/osd.xml" title="Tete Cinema" />
	<atom:link rel='hub' href='http://tetecinema.wordpress.com/?pushpress=hub'/>
		<item>
		<title>เกย์ในอิหร่าน (จากเฟซบุค)</title>
		<link>http://tetecinema.wordpress.com/2010/06/06/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9f%e0%b8%8b%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%84/</link>
		<comments>http://tetecinema.wordpress.com/2010/06/06/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9f%e0%b8%8b%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%84/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 06 Jun 2010 19:44:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tetecinema</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://tetecinema.wordpress.com/?p=39</guid>
		<description><![CDATA[Graiwoot Chulphongsathorn  ตอนนี้มี เพื่อนไปสอนหนังสือที่อิหร่าน เพื่อนเล่าให้่ฟังว่าเกย์ที่อิหร่านนี่น่าสงสารที่สุด คือถ้ารัฐจับได้ว่าเป็นเกย์เมื่อไรก็โดนประหารชีวิตทันที ที่อังกฤษจะมีเกย์และเลสเบี้ยนอพยพไปอยู่กันเยอะมาก เรีัยกว่าเป็นการลี้ภัยทางเพศ แต่ขณะเดียวกันก็มีคนที่อาศัยช่องทางนี้เปลี่ยนสัญชาติไปเลย คืออ้างว่าเป็นเกย์เพื่อได้กรีนการ์ด การ&#8230;เป็นผู้ลี้ภัยจะได้ทั้งสถานะ เงินเดือนฟรี เรียนฟรี แต่ต้องประกาศอย่างชัดเจนว่าตัวเองเป็นเกย ดูเรื่องแบบนี้ได้จากหนังเรื่อง Unveiled (2005) หรือ Boys Dont Cry เวอร์ชั่นเยอรมัน-อิหร่าน Graiwoot Chulphongsathorn เร็วๆ นี้เพิ่งมีข่าวเรื่องพ่อตามฆ่า ลูกเกย์ จำประเทศไม่ได้ ใครจำได้ช่วยบอกหน่อยก็ดี ที่ลูกชายเป็นเกย์ ย้ายเมืองหนีจากครอบครัวไปลแ้ว แต่พ่อก็ยังอุตส่าห์ตามไปฆ่าลูก เพราะว่าสังคมอิหร่านหรือสังคม อิสลามที่เคร่งครัดนี่ไม่ยอม รับบ้านของคนที่มีลูกเป็นเกย์ ขนาดข้าวของก็ไม่ยอมซื้อ ไม่ยอมขายให้ แล้วสังคมอิหร่านมันไม่ใช่สังคมปลูกไร่ผสมได้ คือ พื้นเป็นพื้นทราย มนุษย์ต้องพึ่งพากันมากๆ อยู่ด้วยตัวเองไม่ได้ ดังนั้นถ้าลูกเกย์ตายไปก็จะจบ เหมือนไม่มีคนคนนี้อยู่ ก็จะไม่มีการรื้อฟื้น &#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;- Milton Phatthana เหมือน Dostana เกย์ปลอม &#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;- Graiwoot Chulphongsathorn Dostana [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tetecinema.wordpress.com&amp;blog=12509957&amp;post=39&amp;subd=tetecinema&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>Graiwoot Chulphongsathorn  ตอนนี้มี เพื่อนไปสอนหนังสือที่อิหร่าน เพื่อนเล่าให้่ฟังว่าเกย์ที่อิหร่านนี่น่าสงสารที่สุด คือถ้ารัฐจับได้ว่าเป็นเกย์เมื่อไรก็โดนประหารชีวิตทันที ที่อังกฤษจะมีเกย์และเลสเบี้ยนอพยพไปอยู่กันเยอะมาก เรีัยกว่าเป็นการลี้ภัยทางเพศ แต่ขณะเดียวกันก็มีคนที่อาศัยช่องทางนี้เปลี่ยนสัญชาติไปเลย คืออ้างว่าเป็นเกย์เพื่อได้กรีนการ์ด การ&#8230;เป็นผู้ลี้ภัยจะได้ทั้งสถานะ เงินเดือนฟรี เรียนฟรี แต่ต้องประกาศอย่างชัดเจนว่าตัวเองเป็นเกย ดูเรื่องแบบนี้ได้จากหนังเรื่อง Unveiled (2005) หรือ Boys Dont Cry เวอร์ชั่นเยอรมัน-อิหร่าน</p>
<p>Graiwoot Chulphongsathorn<br />
เร็วๆ นี้เพิ่งมีข่าวเรื่องพ่อตามฆ่า ลูกเกย์ จำประเทศไม่ได้ ใครจำได้ช่วยบอกหน่อยก็ดี ที่ลูกชายเป็นเกย์ ย้ายเมืองหนีจากครอบครัวไปลแ้ว แต่พ่อก็ยังอุตส่าห์ตามไปฆ่าลูก เพราะว่าสังคมอิหร่านหรือสังคม อิสลามที่เคร่งครัดนี่ไม่ยอม รับบ้านของคนที่มีลูกเป็นเกย์ ขนาดข้าวของก็ไม่ยอมซื้อ ไม่ยอมขายให้ แล้วสังคมอิหร่านมันไม่ใช่สังคมปลูกไร่ผสมได้ คือ พื้นเป็นพื้นทราย มนุษย์ต้องพึ่งพากันมากๆ อยู่ด้วยตัวเองไม่ได้ ดังนั้นถ้าลูกเกย์ตายไปก็จะจบ เหมือนไม่มีคนคนนี้อยู่ ก็จะไม่มีการรื้อฟื้น</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-<br />
Milton Phatthana<br />
เหมือน Dostana เกย์ปลอม</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-<br />
Graiwoot Chulphongsathorn<br />
Dostana คืออะไรเหรอครับพี่ หรือเป็๋นคำศัพท์เฉพาะ?</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-<br />
Milton Phatthana<br />
หนัง แขกค่ะ</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-<br />
Graiwoot Chulphongsathorn<br />
อ่อ ขอบคุณครับ ไม่รู้จักเลย<br />
ทีนี้ เกย์อิหร่าน ถ้าเกิดยังจะอยู่ในประเทศ ไม่ย้ายไปไหน ก็ต้องแอบสุดๆ แล้วไปปลดปล่อยที่โมร็อคโกแทน เพราะที่นั่นเป็นแหล่งค้ากาม มีเด็กผู้ชายขายตัวชั้นเลิศมาก มาย</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-<br />
Wl Filmsick<br />
นึก ถึงหนังเรื่องJIHAD FOR LOVE</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-<br />
Graiwoot Chulphongsathorn<br />
อ่อ ทั้งหมดนี่หมายถึงเกย์นะ ถ้าเป็นกะเทย แต่งหญิง ใจเป็นหญิง แล้วมีผู้ชายมาเป็นคู่ด้วย เขาอนุญาตให้เปลี่ยนเพศเลย แล้วให้แต่งงานด้วย กฎหมายเพิ่งมีไม่นานนี่เอง เดินตลาดก็อาจเจอกะเทยแต่งหญิง มาขายตัวก็มี</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-<br />
Chayanin Tiangpitayagorn<br />
จำ ไม่ได้แล้วว่าเคยอ่านเจอที่ไหน ว่าการสังวาสทางประตูหลังเนี่ย ในภาคมุสลิมจะถือเป็นการลงโทษขั้น รุนแรง (เหมือนที่เห็นใน The Kite Runner) ดังนั้นพอมีคนมาใช้เซ็กส์แบบนี้แล้วแฮปปี้มีความสุขกัน อิสลามเลยรับไม่ได้ (ก็สอดคล้องกับที่อิหร่านอนุญาต ให้แปลงเพศไปเลยด้วยนะ)</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-<br />
Graiwoot Chulphongsathorn<br />
ตอนนี้กำลังเ้ถียงกับเพื่อนอยู่ สนุกดี คือเราน่ะเชื่อว่าทุกที่มันก็มีเกย์แหละ ใช่ไหม เราชอบคิดเล่นๆ กันแบบนี้ว่าที่ไหนของมุมโลกก็มีเกย์ ทั้งนั้นแหละวะ หรือเกย์ก็มีทุกอาชีพในประเทศไทยแหละ</p>
<p>แต่เพื่อนบอกว่า ในอิหร่าน เกย์เป็นเรื่องของชนชั้นนะ เกย์มีแต่ในชนช้นกลางเท่านั้น และที่สำคัญ ถ้าอธิบายแบบพวกนักสัญศาสตร์ก็ คือ &#8220;ถ้าไม่มีภาษา ก็ไม่มีตัวตน&#8221;</p>
<p>คือถ้าในหัวคนมันไม่มีจินตนาการของความเป้นเกย์ มันก็ไม่มีเกย์<br />
แล้วคน ล่างๆใ นอิหร่านเนี่นะ วันๆ มีสองเรื่อง ศาสนากับปากท้องใช่ไหม มันจะไปมีไลฟ์สไตล์ไรล่ะกับเรื่อง เกย์</p>
<p>ไอ้ที่เราเห็นมันถูกแขวนคออ่ะ จับได้ที่ไหนอ่ะ ในงานปาร์ตี้ฮะ<br />
ทั้ง นั้นเลย ซึ่งปาร์ตี้มันก็วัฒนธรรมของขน ชั้นกลางอะนะ</p>
<p>Graiwoot Chulphongsathorn<br />
หาก เรามองในฐานะนักสัญศาสตร์ ก็คือ คนที่มองสรรพสิ่งในฐานะที่เป็นภา ษา เป็นโครงสร้างเป็นไวยากรณ์ ถึงที่สุดมันก็ไปเรื่องวาทกรรม วาทกรรม มันสร้างตัวตน มันครอบงำ ดูต่อได้ในหนังซอมบี้เรื่อง Pontypool : )</p>
<p>Graiwoot Chulphongsathorn<br />
ก็ ออกไปกิน ตปท อย่างเพื่อนเราไปนี่ก็ไ้ปเจอเกย์ชั้นสูงนะ สไตล์ลูกผู้นำศาสนาในเมือง อะไรแบบนั้นเลย ซึ่งทางออกของเขาก็คือไปเอาผู้ชายที่โมร็อคโคแทน แต่ขณะเดียวกัน เมือ่เขาเกิดมาในสังคมแบบนั้น มันก็มีการ form ตัวอีกแบบนึงน่ะ เช่น เขาก็อาจไม่ได้สนใจเรื่องทางเพศระดับทุรนทุรายแบบหนังหว่องกาไวน่ะ และเขาก็ทุ่มเทชีวิตให้กับอย่างอื่นแทน</p>
<p>Graiwoot Chulphongsathorn<br />
ที่ พุดไปนี่ไม่ได้ด่าหว่องกาไว นะ แต่พูดถึงตัวเองนี่ล่ะว่าทำไมคน ไทยหลายคนชอบหนังหวอ่งกาไว เพราะสุดท้ายวัฒนธรรมหลายๆ อย่างมันล้อกัน หรือเซนส์เรื่องเพศมันใกล้กัน</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-<br />
Heaven Love เขย่าบัลลังก์รัก<br />
อืมม ต้องอดทนไปไกลถึง โมร็อคโค ยังงั้นเกย์ชั้นล่างเนี่ยลำบาก น่าดูเลยนะเนี่ย</p>
<p>Heaven Love เขย่าบัลลังก์รัก<br />
การไม่มีเสรีภาพทำให้ไม่มีเกย์เลยจริงๆเหรอ?</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-<br />
Graiwoot Chulphongsathorn<br />
มัน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเสรีภาพนี่ แต่มันขึ้นอยุ่กับอำนาจของภาษา นะ หมายถึงคุณจะทำให้มีเกย์ได้อย่าง ไีรในสังคมหรือชนชั้นที่ไม่ มีการรับรู้เรื่องเกย์น่ะ</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-<br />
Heaven Love เขย่าบัลลังก์รัก<br />
ก็&#8230;&#8221;ถ้ารัฐจับได้ว่าเป็นเกย์เมื่อไรก็โดนประหารชีวิตทันที&#8221;&#8230;.อันนี้หมายถึงสภาพของจิตใจที่เป็นน่ะ มันถูกกดจนหายไปได้หมดเลยเหรอ?</p>
<p>Heaven Love เขย่าบัลลังก์รัก<br />
อืมมม หมายถึงในสังคมที่ไม่สามารถนิยามเรื่องนี้ได้ ก็อาจจะไม่เป็นโดยไม่รู้ตัวว่า เป็น&#8230;.</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-<br />
Graiwoot Chulphongsathorn<br />
คือ ต่อให้รัฐจับได้ว่าเป็นเกย์ แล้วฆ่า แต่ก็ยังมีเกย์อยู่แหละ แต่ต้องมีแบบหลบๆ ซ่อนๆ แต่ทีนี้จุดที่น่าสนใจแล้วเรา ว่ามัน controvertial ต่อการโต้เถียงดี คือตกลงเกย์ชนชั้นล่างนี่มันมีไหม ฝ่ายนึง (เช่น สมมติว่าเราอาสาเป็นฝ่ายนี้ก่อน นะ) เชื่อว่ามันต้องมีดิ แต่อีกฝ่ายนึงบอกว่า ไม่มีหรอก เพราะว่าสังคมชนชั้นล่างไม่ได้ รู้จักคอนเสพของเกยืในชีวิ ตเขาด้วยซ้ำ แต่เดี๋ยวเราจะไปเถียงกับเพื่อนต่อนะ ว่าสังคมสมัยนี้ข้อมูลมันทะลุถึงกัินหมด ยังไงมันก็น่าจะรู้คอนเสพนี้นะต่อให้ชีวิตเขาจะลำบากหรือมีเรื่องต้องทำขนาดไหน</p>
<p>Graiwoot Chulphongsathorn<br />
ลาก โยงไปต่อนะ กำลังติดลม คือ เหมือนอย่างฆาตกรต่อเนื่องเนี่ย ถ้าคนอเมริกาบอกว่า บ้าเหรอ ทำไมเมืองไทยไม่มีฆาตกรต่อเนื่อ ง ไม่จริงหรอก บ้านฉันมีเยอะแยะจะตาย</p>
<p>(ไม่ได้บอกว่าฆาตกรต่อ เนื่อง เกี่ยวกับเกย์นะ เพียงแต่มันเป็นเคสเรื่องของอำนาจ ของภาษาที่น่าสนใจดี)</p>
<p>คือเราก็ไม่รู้ว่าฆาตกรต่อเนื่องมีอยู่ในเมืองไทยไหม อาจจะมีบ้าง แต่ก็ไม่โด่งดังหรือกลายเป็นวาท กรรมในเมืองไทยได้น่ะ แต่อย่างฝรั่งเนี่ย มันก็เกิดการผลิตซ้ำวาทกรรมเอง ใช่ไหม ผ่านข่าว ผ่านนิยาย ผ่านหนัง ผ่านการกระทำของฆาตกรเอง ผ่านละครโทรทัศน์ทุกสัปดาห์ ว่าฆาตกรต่อเนื่องมีพื้นที่อยู่ จริงในสังคมอเมริกัน แล้วเมื่อวาทกรรมมันเกิด รูปธรรมมันก็เกิดตามมาด้วย</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-<br />
Heaven Love เขย่าบัลลังก์รัก<br />
เราว่ามันต้องมีแหละ เพราะมันจะรู้ได้ไงถ้าไม่มีคน บอก&#8230;.แต่ที่น่าสนใจคือ คนอิหร่านจะเข้าสู่วงการนี้มันจะเข้าไปได้ยังไงแล้วจะไว้ใจใครได้บ้าง ไปถามผิดคนเด๋วตายได้อ่ะ</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-<br />
Chanta รักแมว<br />
ตอน เด็กๆ ที่ไม่รู้จักโลกนี้ ก็ไม่รู้จักจริงๆ นะคะ แบบว่าเห็นผู้หญิงสองคนอยู่ด้วย กัน เขาแบบทอมดี้มากเลยนะ เราก็ได้แต่งงว่าทำไมสองคนนี้อยู่ด้วยกัน ญาติก็ไม่ใช่ มานึกออกตอนรู้จักโลกแห่งเกยืแล้ว นี่เอง ว่าอ๋อเขาคือญรญ.นี่หว่า</p>
<p>มันอาจจะเกี่ยวกับการรับรู้ด้วยนะคะ หมายถึงโลกของคนบางคนอาจจะปราศจากเรื่องเกย์โดยสิ้นเชิง ไม่รู้ว่ามันมีอยู่</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-<br />
Wl Filmsick<br />
เรา ว่ามันต้องเลี่ยงไปใช้คำอื่น แทน เราอยู่ในสังคมของคำจริงๆ</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-<br />
Tuchchai รักเมีย<br />
รสนิยม ทางเพศผมเชื่อว่ามีตั้งแต่ เกิด แต่โตมาเด็กถึงรับรู้มากขึ้นตาม วัยที่ได้รับรู้ ซึ่งเป็นเรื่องของสัญญะจริง แต่ยังไงโตมา แต่งงาน เดี๋ยวมันก็รู้เองว่ามีความสุข กับเพศรสแบบชาย-หญิงไหม ?</p>
<p>ฆาตกรต่อเนื่องของไทย มีสิครับ ซีอุย ไง หนังเรื่องล่าสุด(ผมไม่ได้ดู)ก็ ดูเหมือนจะพยายามอธิบาย ซีอุย คล้ายๆ กับเรื่อง เฉือน เลย</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-<br />
Graiwoot Chulphongsathorn<br />
แต่ อย่างซีอุยนี่ก็ถูกยัดให้เป็ นบริบทของคนต่างชาติเลยจน ราวกับว่าสิ่งนี้ไม่ใข่ความเป็น ไทย ซีอุยเป็นฆาตกรต่อเนื่องที่ถูก ผสมด้วยวิธีคิดรังเกียจคนจีน ที่เข้ามาทำงานในเมืองไทยด้วย คืออยากห็นฆาตกรต่อเนื่องไท้ยไทย</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-<br />
Panu Trivej ห่วงลูกหลาน ร่วมต้านยาเสพติด<br />
ชอบ คำว่ารสนิยมทางเพศจัง มันฟังดูเป็นไลฟ์สไตล์ดี ช่วงนี้รสนิยมทางเพศผมไม่เอื้อให้เสพคุณเท่าไหร่ เอาไว้ผมไปพัฒนารสนิยมมาก่อน (หรือไม่ก็รอให้ผมหาของชั้นดี แดกไม่ได้ก่อน) แล้วเราค่อยมาเสพกันนะ</p>
<p>Panu Trivej ห่วงลูกหลาน ร่วมต้านยาเสพติด<br />
นึก ถึงที่เพื่อนเราคนหนึ่งบอก ว่าผู้ชายอย่างที่เขาอยากเสพ ที่สุดคือ &#8220;cheap looking whore&#8221;</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-<br />
Graiwoot Chulphongsathorn<br />
ฟัง คำว่า รสนิยมทางเพศ แล้วร้สึกว่าอร่อย</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-<br />
Chanta รักแมว<br />
ถาม หน่อยค่ะว่าแต่ละคนเชื่อใน เรื่องการเลื่อนไหลทางเพศมั้ย คะ คือสังเกตว่าทั้งรักต่างเพศรวม ทั้งคนรักเพศเดียวกันจะมีชุด ความคิดเหมือนกันชอบกลว่า เมื่อเกิดมารักต่างเพศแล้วก็ไม่ส ามารถรักแบบอื่นๆ ได้ เช่นเดียวกับรักเพศเดียวกันที่ก็มั่นใจว่าตัวเองจะรักเพศเดียวกันได้เท่านั้น ตลอดกาลและตลอดไป พวกรักได้เรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก&#8230;เลยเป็นพวกนอกคอกซะงั้นค่ะ</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-<br />
Pomo Sapian<br />
อ่านอร่อยไปเลย</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-<br />
Graiwoot Chulphongsathorn<br />
ผม เชื่อในเรื่องการเลื่อนไหนทาง เพศนะครับ พวกเควียร์สตัดี้เขาเชื่อในเรื่อง พวกนี้กันใช่ไหม พวกจูดิธ บัตเลอร์ ที่บอกว่า gender is performative</p>
<p>ใน หนังเกย์หนังเควียร์หลายเรื่อ งก็จะมีเรื่องพวกนี้กันนะ ครับ คือสุดท้ายเพศนี่เปนเรื่องการแสดงออก มากๆ คือเกิดมาเปนผู้ชาย ต่อไปผ่าตัดแปลงเพศเปนกะเทย ต่อมามารักกับผู้หญิงใหม่ได้ ผมก็คิดว่าไม่ได้เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ออกจะเป็นไปได้มากด้วยซ้ำ</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-<br />
Jit Phokaew<br />
ตัวอย่างฆาตกรต่อเนื่องของไทย<br />
http://www.komchadluek.net/detail /20090720/21024/ข่มขืนฆ่า3&#8230; See Morehttp://www.komchadluek.net/detail/20090720/21024/ข่มขืนฆ่า3เด็กหญิงหนังฆาตกรต่อเนื่องบันดาลใจ.html</p>
<p>http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/politics/20090821/70826/ตัดสินประหาร-สมคิด-ฆาตกรต่อเนื่องฆ่าหมอนวด.html</p>
<p>http://www.yenta4.com/webboard/2/1184208.html</p>
<p>&#8221; “ผมไม่ชอบพวกเจ้าหน้าที่รักษาความ ปลอดภัย ที่ชอบหลับยามหรือเมาสุราขณะ เข้าเวรเป็นการเอาเปรียบนายจ้าง และทำงานไม่คุ้มเงินเดือน ผมต้องการสั่งสอนพวกที่หลับยาม ทำให้เสียสถาบันยาม” นายวิทยา หรือ หอย ใจขาน หลังถูกตำรวจจับกุมตัว เปิดปากรับสารภาพว่า ตระเวนก่อเหตุโดยใช้อาวุธไม้และ เหล็กตีเจ้าหน้าที่รักษาความ ปลอดภัยมาแล้ว 15 ครั้งเสียชีวิตทั้งหมด 6 ราย แต่ละคนที่ถูกทำร้ายไม่เคยมีเรื่องบาดหมางใจกันมาก่อน&#8221;</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-<br />
Graiwoot Chulphongsathorn<br />
กรี๊ด ดดดดด</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-<br />
Sanchai Chotiros<br />
เพิ่งได้อ่านกระทู้นี้ อย่างจริงๆ จัง แล้วคิดว่า เคสเรื่องภาษาสร้างอัตลักษณ์ที่พี่เต้นำเสนอขึ้นมานั้น มีตัวอย่างที่น่าจะเห็นได้ชัดๆ กว่า คือ</p>
<p>ในสมัยกรีกโบราณ การร่วมรักกันระหว่างชายกับชาย เป็นเรื่องปกติ (โดยเฉพาะชายแก่ที่เป็นอาจารย์ กับเด็กหนุ่ม ที่เป็นนักเรียน) แต่ในสมัยนั้น ไม่มีคำว่า homosexuality ไม่มีคำว่า gay, queer&#8230; See More ทุกคนในสังคมรู้ ทุกคนยอมรับ</p>
<p>อย่าง นี้ เราจะตัดสินได้หรือไม่ว่า เพลโตเป็นเกย์ (เพราะเพลโตมีเซ็กซ์ทางทวารกับลูกศิษย์ชายมากมาย) หนังสือเกย์มากมายมีความภาคภูมิใจ ที่ได้รับรู้ข้อเท็จจริ งตรงนี้ ว่า เห็นไหม นักปราชญ์เก่งๆ ก็เป็นเกย์เช่นเดียวกับเขา ทุกคนพร้อมจะตัดสินว่าเขาเป็นเกย์</p>
<p>แต่ นั้นไม่ได้แปลว่า เรากำลังเอาแนวคิดปัจจุบันไปยัดเยียดตัดสินอดีตหรอกหรือ? แล้วเรามีสิทธิ์ทำเช่นนั้นเหรอ?</p>
<p>อีกเรื่องหนึ่ง ในยุคปัจจุบัน ยังคงมีบางชนเผ่า ที่มีความเชื่อเรื่องของการถ่ายทอดความ maturity ของเด็กชาย ด้วยการให้เด็กชายดูดดื่มน้ำอสุจิ ของชายหนุ่มใหญ่ หรือหัวหน้าเผ่า หรือ การที่ฝั่งนักเรียนให้อาจารย์เสพทวารหลัง คือการถ่ายทอดความรู้</p>
<p>เรา สามารถตัดสินพฤติกรรมข้างต้น ได้หรือไม่ว่า ผู้ชายทั้งเผ่านั้นเป็นเกย์ หรือ homosexuality หรือ แท้จริง เรากำลังเอามาตรฐานของสังคมหนึ่ง ไปยัดเยียดตัดสินพฤติกรรมของ อีกสังคมหนึ่งอยู่? เรามีสิทธิ์ทำหรือไม่?</p>
<p>ดังนั้น กรณีของอิหร่าน มันขึ้นอยู่กับว่า ทฤษฎีการเป็น gay คืออะไร</p>
<p>ตอนนี้ เราตกลงกับเพื่อนเราว่า ชายใดเห็นจู๋แล้วจู๋แข็ง เห็นจิ๋มแล้วจู๋หด อันนี้เกย์ (อันนี้หมายรวมตุ๊ด กะเทยด้วย) แน่นอน (โอเค อาจจะต้องเลือกจู๋นิดหนึ่งก็ตาม เถอะ แต่จิ๋ม นี้ต้องทุกจิ๋ม)</p>
<p>ทำไม จึงสรุปแบบนี้ เพราะ สุดท้าย ต้องยอมรับว่าในปัจจุบันนี้ รสนิยมทางเพศ มันถูกตัดสินจาก sexuality ดังนั้น หาก ชายชนชั้นล่างในอิหร่านคนใด เห็นจู๋แล้วจู๋แข็ง ต่อให้ เขาคนนั้น จะไม่ได้มีวัฒนธรรมเกย์ (ซึ่งเราไม่รู้ว่าคืออะไร?) คนนั้นเป็นเกย์</p>
<p>เด็กหนุ่มชนเผ่าเห็นจู๋หัวหน้าเผ่าที่ต้องดูด แล้ว จู๋แข็ง ก็เป็นเกย์ แต่ถ้า ต้องดูด แต่ไม่มีอารมณ์ แต่ดูดเพราะมันเป็นประเพณี คนนั้นก็ไม่ได้เป็นเกย์</p>
<p>ส่วนเรื่อง Queer Studies มันเป็นผลพวงจากแนวคิด Postmodern ที่ต้องการปลดแอกจากวาทกรรมเรื่อง เพศคู่ตรงข้ามที่แข็งตัว (Static gender binary) ดังนั้น พวก Queer Studies จึงหันมาสนับสนุนการลื่นไหลของ sexuality และหาหลักฐานมาสนับสนุน ซึ่งมันเป็นไปได้แน่นอน สำหรับคนที่เป็น Bisexual คือ เห็นจู๋และจิ๋ม ก็มีอารมณ์ทั้งนั้น</p>
<p>ดังนั้น พอคนที่เชื่อในแนวคิด Queer Studies จึงพร้อมใช้จะเชื่อว่า มนุษย์ทุกคนเป็น Bisexual</p>
<p>อ่อ ก่อนจบ แล้วเราก็ถามพื่อนต่อว่า แล้วถ้าสมมติว่า ตอนเห็นจู๋ จู๋ยังไม่แข็ง แต่พอถูกเล้าโล้มแล้วแข็งล่ะ เพื่อนเราก็ตอบว่า แปลว่า มันยังไม่รู้ตัว อิอิอิ</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-<br />
Graiwoot Chulphongsathorn<br />
อื้อ เรื่องภาษาสร้างอัตลักษณ์ที่น่าสนใจดี คือ พอใช้กับเรื่องอิหร่านแล้ว มันอยู่ที่ว่า แล้วการรับรู้เร่องเกย์ในชนชั้นกลาง กับชนชั้นล่าง มันแตกต่างขนาดไหน ซึ่งพี่คิดว่า argumentอันนี้ เพื่อนของพี่ก็อาจจะยังไม่ได้ซึมซับกับมันพอจะตอบได้ อาจต้องให้คนอิหร่านมาตอบจริงๆ เพราระมันเป็นเรื่องที่ละเอียด อ่อนมากแบบที่ต้องให้คนที่อยู่ ในสังคมเองมาตอบได้ เพราะสิ่งที่พี่และเพื่อนำลังเถียงอยู่ตอนนี้ มันน่าสนใจดีว่า มันจะมีจริงๆ หรือไอ้การที่ชนชั้นกลางรู้เรื่องนึงก็เลยเป็นสิ่งนั้น กับชนชั้นล่างไม่รู้เรื่องนั้น ก็เลยไม่ได้เป็น</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/tetecinema.wordpress.com/39/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/tetecinema.wordpress.com/39/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/tetecinema.wordpress.com/39/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/tetecinema.wordpress.com/39/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/tetecinema.wordpress.com/39/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/tetecinema.wordpress.com/39/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/tetecinema.wordpress.com/39/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/tetecinema.wordpress.com/39/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/tetecinema.wordpress.com/39/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/tetecinema.wordpress.com/39/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/tetecinema.wordpress.com/39/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/tetecinema.wordpress.com/39/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/tetecinema.wordpress.com/39/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/tetecinema.wordpress.com/39/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tetecinema.wordpress.com&amp;blog=12509957&amp;post=39&amp;subd=tetecinema&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://tetecinema.wordpress.com/2010/06/06/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9f%e0%b8%8b%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%84/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/51bb5399638b957e7575474240717f42?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">tetecinema</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Blow-up, Alice and Martin, Leaving, ตัวอย่างหนังลุงบุญมี</title>
		<link>http://tetecinema.wordpress.com/2010/05/14/blow-up-alice-and-martin-leaving-%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d/</link>
		<comments>http://tetecinema.wordpress.com/2010/05/14/blow-up-alice-and-martin-leaving-%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 14 May 2010 22:28:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tetecinema</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://tetecinema.wordpress.com/?p=37</guid>
		<description><![CDATA[สเตตัสบันทึกการตามเก็บหนังคลาสสิคที่ข้าพเจ้ายังไม่ได้ดู # 1 : Blow-Up (Michelangelo Antonioni, A++++++) ความกลวงเปล่าของหนุ่มสาวยุควัฒนธรรมม็อด + มนุษย์เรา see everything ในขณะเดียวกันมนุษย์เราก็ see nothing + คิดว่าอันโตนีโอนีได้เปรียบหว่องกาไวอยู่อย่างนึง (ที่เอามาเปรียบเพราะงานเหมือนครู-ศิษย์กัน) คือ เนื่องจากงานของ&#8230;อันโตนีโอนีมันผลิตขึ้นในแถบยุโรป (แถมทะลุออกมาจากอิตาลีด้วย ไม่เหมือนกับหว่องที่คอ่นข้างขังตัวเองในฮ่องกง-จีน) มันก็เลยตอบรับแนวคิด eurocentric แล้วทำให้งานมันยิ่งใหญ่มากขึ้น+ คิดว่าจะดูอีกรอบพร้อม commentary Alice et Martin (Andre Techine, 1998, A+++++++++++++++) ดูเสร็จแล้วจุกต้นคอ อยากร้องไห้แต่ร้องไม่ออก อังเดร เตชิเน นี่สุดยอดเรื่องโครงสร้างจริงๆ หนังเล่าเรื่องเร็วมาก (แต่ไม่ได้มีลักษณะของเรื่องที่เป็น &#8216;พล็อต&#8217;) และทำให้เราได้ details ของตัวละครมากมายจนเมื่อเอาไปคิดต่อแล้วก็ยิ่งเศร้ามาก Alice et Martin ใช้โครงสร้างหลากชีวิต คล้ายๆ กับ The Witnesses และ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tetecinema.wordpress.com&amp;blog=12509957&amp;post=37&amp;subd=tetecinema&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สเตตัสบันทึกการตามเก็บหนังคลาสสิคที่ข้าพเจ้ายังไม่ได้ดู<br />
<strong># 1 : Blow-Up (Michelangelo Antonioni, A++++++)</strong><br />
ความกลวงเปล่าของหนุ่มสาวยุควัฒนธรรมม็อด + มนุษย์เรา see everything ในขณะเดียวกันมนุษย์เราก็ see nothing + คิดว่าอันโตนีโอนีได้เปรียบหว่องกาไวอยู่อย่างนึง (ที่เอามาเปรียบเพราะงานเหมือนครู-ศิษย์กัน) คือ เนื่องจากงานของ&#8230;อันโตนีโอนีมันผลิตขึ้นในแถบยุโรป (แถมทะลุออกมาจากอิตาลีด้วย ไม่เหมือนกับหว่องที่คอ่นข้างขังตัวเองในฮ่องกง-จีน) มันก็เลยตอบรับแนวคิด eurocentric แล้วทำให้งานมันยิ่งใหญ่มากขึ้น+ คิดว่าจะดูอีกรอบพร้อม commentary</p>
<p><strong>Alice et Martin (Andre Techine, 1998, A+++++++++++++++)</strong><br />
ดูเสร็จแล้วจุกต้นคอ อยากร้องไห้แต่ร้องไม่ออก อังเดร<br />
เตชิเน นี่สุดยอดเรื่องโครงสร้างจริงๆ หนังเล่าเรื่องเร็วมาก<br />
(แต่ไม่ได้มีลักษณะของเรื่องที่เป็น &#8216;พล็อต&#8217;) และทำให้เราได้ details<br />
ของตัวละครมากมายจนเมื่อเอาไปคิดต่อแล้วก็ยิ่งเศร้ามาก Alice et Martin ใช้โครงสร้างหลากชีวิต<br />
คล้ายๆ กับ The Witnesses และ The Girl on the Train<br />
แต่เรื่องนี้จุกเป็นพิเศษเพราะธีมของมันคือคำถามว่า<br />
&#8220;เราจะอุทิศตัวเองได้มากมายขนาดไหนเพื่อคนที่เรารัก?&#8221; และ &#8220;เมื่อเราติดกับดักชีวิต ความรักจะช่วยเรา&#8221;</p>
<p><strong>Partir (Leaving) (Catherine Corsini, 2009, A+/A)</strong><br />
เป็นอีกครั้งของ คริสติน สกอต โธมัส ที่ให้การแสดงที่ &#8216;ดีเกินหนัง&#8217; หลังจาก I&#8217;ve Loved You So Long แต่เราชอบหนังเรื่องนี้มากกว่า So Long เยอะ เพราะสำหรับเราแล้ว So Long นี่ เป็นหนังคลิเชมากแต่ทำเป็นไม่รู้ตัวว่าตัวเองคลิเช เดาได้ไปหมด แถมยังอารมณ์โมโนโทนมากๆ แต่สำหรับ Partir&#8230; See More แล้ว คนสร้างรู้ดีว่าตัวเองกำลังเล่นกับความคลิเชอยู่ โครงใหญ่ของมันคลิเชมากๆ แต่แปลกตรงที่เรากลับเดารายละเอียดย่อยๆ ไม่ได้เลยว่าเรื่องจะไปทางไหนต่อ มันก็เลยเป็นหนังที่พยายามทำให้ความคลิเชเป็นเรื่องที่สนุกขึ้น</p>
<p>หนังยังน่าจะเป็นการทริบิวต์ให้กับ Woman Next Door ของ ฟรองซัวส์ ทรุฟโฟต์ อีกด้วย เพราะใช้เพลงประกอบจากหนังของของทรุฟโฟต์เป็นหลัก ส่วนเนื้อเรื่องก็เป็นแนว เลดี้ แชตเธอเรย์ / มาดาม โบวารี ในยุคปัจจุบัน คุณนายไปรักช่างไม้ ที่น่าสนใจคือหนังไม่ได้มาแบบ ให้่ผัวรู้ตอน3/4 ของหนัง แต่นางเอกเดินไปสารภาพเลยตั้งแต่ต้นๆ แล้วเธอก็พยายามจะหนีจากผัวให้ได้ Kristin Scott Thomas เล่นดีในระัดับเดียวกับบิโนช/แรมปลิง/อูแปต์ แล้ว แต่เสียแ่ค่ผู้กำกับไม่ได้สร้างหนังที่มันเข้มและคมพอกับการแสดงของเธอ<br />
ตัวอย่างหนังลุงบุญมีระลึกชาติ<br />
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=Jk-EoUb0nvg">http://www.youtube.com/watch?v=Jk-EoUb0nvg</a></p>
<p><img class="alignnone" title="ลุงบุญมี" src="http://www.kickthemachine.com/News/Uncle%20Boonmee/Boonmee-Poster.jpg" alt="" width="403" height="576" /></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/tetecinema.wordpress.com/37/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/tetecinema.wordpress.com/37/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/tetecinema.wordpress.com/37/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/tetecinema.wordpress.com/37/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/tetecinema.wordpress.com/37/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/tetecinema.wordpress.com/37/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/tetecinema.wordpress.com/37/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/tetecinema.wordpress.com/37/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/tetecinema.wordpress.com/37/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/tetecinema.wordpress.com/37/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/tetecinema.wordpress.com/37/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/tetecinema.wordpress.com/37/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/tetecinema.wordpress.com/37/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/tetecinema.wordpress.com/37/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tetecinema.wordpress.com&amp;blog=12509957&amp;post=37&amp;subd=tetecinema&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://tetecinema.wordpress.com/2010/05/14/blow-up-alice-and-martin-leaving-%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/51bb5399638b957e7575474240717f42?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">tetecinema</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.kickthemachine.com/News/Uncle%20Boonmee/Boonmee-Poster.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">ลุงบุญมี</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>The Story of Pierra</title>
		<link>http://tetecinema.wordpress.com/2010/05/14/the-story-of-pierra/</link>
		<comments>http://tetecinema.wordpress.com/2010/05/14/the-story-of-pierra/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 14 May 2010 22:21:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tetecinema</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://tetecinema.wordpress.com/?p=35</guid>
		<description><![CDATA[The Story of Pierra (MarcoFerreri, 1983, A+) ทุกครั้งที่ Isabelle Hupprt นำแสดงในหนัง biopic มันมักจะมีอะไรที่สุดโต่งเสมอๆ อย่างใน Story of Women, Malina หรือ Deux รอบนี้เธอเล่นในหนังประวัติชีวิตของ Piera Degli Esposti นักแสดงอิตาลีที่มีตัวตนจริง (เธอมีบทใน Il Divo และ Unknown Woman ด้วย&#8230;เล่นเป็นใครหว่า) ถึงแม้หนังจะมีเนื้อหาที่ล่อแหลมและแรงมาก แต่ผกก Marco Ferreri&#8230; See More เลือกใชิวิธีที่ตรงกันข้ามกับ แวเนอ์ ชโรเตอร์ (ใน malna, deux) คือเขาไม่ได้ใส่ความเป็นเซอร์เรียลให้กับชีวิตที่สุดเซอร์เรียล แต่พยายามทำให้หนังมันดูตรงไปตรงมาและธรรมดาที่สุด ดังนั้นพอหนังมันเรียบๆ เมื่อไรก็ตามที่มีการกระทำเหวอๆ มันก็เลยจะมีพลังออกมา รวมทั้งน่าจะเป็นจุดประสงค์ของหนังเองที่พยายามบอกว่า ครอบครัวที่เหมือนวิปริตครอบครัวนี้ไมไ่ด้วิปริตอะไร แต่ทุกการกระทำมันเป็นเรื่องปกติสำหรับพวกเขา และมันเป็นการกระทำแห่งความรักจริงๆ เนื้อหาที่บอกว่าเซอร์มากๆ ของชีวิตยัยเปียราก็๋คือ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tetecinema.wordpress.com&amp;blog=12509957&amp;post=35&amp;subd=tetecinema&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone" title="เปียรา" src="http://sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc3/hs315.snc3/28415_435667956728_581406728_5350058_1407516_n.jpg" alt="" width="356" height="500" /></p>
<p><strong>The Story of Pierra (MarcoFerreri, 1983, A+)</strong></p>
<p>ทุกครั้งที่ Isabelle Hupprt นำแสดงในหนัง biopic มันมักจะมีอะไรที่สุดโต่งเสมอๆ อย่างใน Story of Women, Malina หรือ Deux รอบนี้เธอเล่นในหนังประวัติชีวิตของ Piera Degli Esposti นักแสดงอิตาลีที่มีตัวตนจริง (เธอมีบทใน Il Divo และ Unknown Woman ด้วย&#8230;เล่นเป็นใครหว่า)</p>
<p>ถึงแม้หนังจะมีเนื้อหาที่ล่อแหลมและแรงมาก แต่ผกก Marco Ferreri&#8230; See More เลือกใชิวิธีที่ตรงกันข้ามกับ แวเนอ์ ชโรเตอร์ (ใน malna, deux) คือเขาไม่ได้ใส่ความเป็นเซอร์เรียลให้กับชีวิตที่สุดเซอร์เรียล แต่พยายามทำให้หนังมันดูตรงไปตรงมาและธรรมดาที่สุด ดังนั้นพอหนังมันเรียบๆ เมื่อไรก็ตามที่มีการกระทำเหวอๆ มันก็เลยจะมีพลังออกมา</p>
<p>รวมทั้งน่าจะเป็นจุดประสงค์ของหนังเองที่พยายามบอกว่า ครอบครัวที่เหมือนวิปริตครอบครัวนี้ไมไ่ด้วิปริตอะไร แต่ทุกการกระทำมันเป็นเรื่องปกติสำหรับพวกเขา และมันเป็นการกระทำแห่งความรักจริงๆ</p>
<p>เนื้อหาที่บอกว่าเซอร์มากๆ ของชีวิตยัยเปียราก็๋คือ เธอมีแม่ที่สติไม่ดีเหมือนยัยสมทรงเลย คือ แม่ของเธอ (ฮานนา ชิกูลา) เป็นคนสติไม่ดี วันๆ ชอบแต่งตัวแรดๆ แรงๆ โชว์นมโชว์จิ๋มแล้วขับจักรยานไปรอบเมืองเพื่อไปคุยหรือมีเซกซ์กับคนแปลกหน้า ตัวเปียราลูกสาวนั้นแม้ไม่ได้เป็นบ้า แต่การใช้ชีวิตกับแม่ (พ่อไปๆ มาๆ เพราะเรื่องงาน) ทำให้เธอก้ซึุมซับ lifestyle&#8230; See More สุดสวิงของแม่ไปด้วย เช่น เธอเคยเซกซ์หมู่ร่วมกับแม่ / ขณะเดียวกัน เปียราเองก็มีความสัมพันธ์ทางเพศกับพ่อด้วยเช่นกัน แต่มันก็เป็นความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความรักฉันพ่อลูก</p>
<p>อิซาแบล อูแปต์รับบทหนักแค่ครึ่งเรื่อง เพราะอีกครึ่ง (ในวัยเด็ก) ใช้นักแสดงเด็กเล่น เรื่องจริงที่ไม่น่าเชือ่ก็คือ สุดท้ายแล้ว ทั้งพ่อและแม่ของเปียราต้องเข้าโรงพยาบาลบ้าทั้งคู่ ส่วนเปียรากลายเป็นนักแสดงชื่อดัง! หนังมีฉากช่วงหลังๆ ที่ซึ้งมาก คือ มันทำให้เข้าใจเลยว่าชีวิตที่คนอื่นมองว่าหวือหวานั้นจริงๆ ก็เป็นชีวิตธรรมดาๆ สำหรับเธอ</p>
<p>ฮันนา ชิกุลาก็เป็นสมทรงอะจ้ะ เป็นคนบ้าที่สวย ดูเธออินับบทจริงๆ แล้วเธอคงออกเยอะที่สุดในหนังแหละ ถึงหนังจะมองจากมุมอูแปต์แต่อูแปต์ออกแค่ครึ่งเรื่องไง เธอออกทั้งเรื่อง แก้ผ้าด้วย</p>
<p>ฉากเปิดเรื่องคลาสสิคมาก คือพี่ไม่รู้ว่าเธอบ้าเลยงงงุนกับพฤติกรรมของเธอ เพราะเธอคลอดลูกไป ยิ้มไป ไม่มีความเจ็บปวด</p>
<p><strong>Eaux profondes (Michel Deville,1981,A+)</strong></p>
<p>เป็๋นหนังผัวเมียละเหี่ยใจสไตล์ โคลด ชาโบรล แต่กำกับโดยคนที่กล้าเล่นภาษาหนังแปลกๆ มากกว่า ดัดแปลงจากนิยายของแพทริเซีย ไฮสมิธ ซึ่งไฮสมิธเองก็บอกว่าชอบหนังเรื่องนี้ (แต่เธอไม่ชอบ Talented Mr Rpley&#8230; See More ของแมงเกลล่า สงสัยจะอลังการไป)</p>
<p>ตัวหนังเป็นเรื่องระหว่างผัว (ฌ็อง หลุยส์ ตรินิยองต์ ไม่รู้อ่านถูกไหม) กับเมียเด็ก (อูแปต์อีกแล้ว) ที่มีความสัมพันธ์โคตรประหลาดให้เราตีความเอง คือผัวเมียคู่นี้ชอบไปงานปาร์ตี้ แล้วเมีัยก็จะลากผู้ชายไปเต้นยั่ว ผัวก็เฝ้ามองด้วยความหึงหวง บางทีเมียก็พาผู้ชายมาอยู่ที่บ้าน กินเหล้า เต้นรำ เปิดนมให้ดู กันดึกๆ ดื่นๆ โดยที่ผัวหึงมากแต่ทำอะไรไมไ่ด้ สุดท้ายผัวก็ต้องลากชายชู้ไปฆ่าทีละราย โดยนังเมียก็จะสงสัยบ้าง หรืออาจจะเล่นละครทำเป็นสงสัยหรือเสียใจ ทั้งที่มีความเป็นไปได้สูงว่า เธอน่าจะเป็นคนวางเกมทั้งหมดเพื่อให้ชีวิตสมรสสนุกขึ้น</p>
<p>พล้อตเรื่องชาโบรลมากๆๆๆๆ แต่วิธีการถ่ายหลายๆ ฉากที่เหวอมากๆ เช่น ผัวจะเลี้ยงหอยทาก ซึ่งหนังจะเน้นการถ่ายหอยทากที่ให้ความรู้สึกสยึมกึ๋ย (หอยทากเองคงเป็นซิมโบลถึงตัวเมียนั่นแหละ คือ ม้วงงงพิศวง ซอ่นอยู่ในเปลือก และชอบดูดเลือด) มีอีกสองฉากที่ประทับใจ ฉากแรกคือ ในงานปาร์ตี้ที่อูแปต์เต้นรำกับชายชู้ อยู่ดีๆ ก็มีการถ่ายโคลสอัพใบหน้าคน 5 คน มาต่อกัน โดยทั้งห้าคน (เป็นผู้ร่วมงานปาตี้) ทำสีหน้าเหยียดหยามรังเกียจการกระทำของอูแปต์สุดจีด และเมื่อพระเอกลงมือฆ่าชู้ของอูแปต์ ก็คล้ายๆ กับว่า คน 5 คนนนี้รู้เห็นเป็ฯใจไปด้วย</p>
<p>ฉากที่สองคือ อูแปต์คุยกับผัว เป็นการถ่ายข้ามไหล่สลับกันไปมา shot กับ reversed shot แต่แทนที่เวลาคุย เราจะเห็นหน้าคนที่พูด หนังลับทำให้มันตรงข้าม คือตอนผัวคุยเราจะเห็นหน้าอูแปต์ทำหน้านิ่งๆ พอเมียคุย เราจะเห็นหน้าฌอง หลุยส์ ทำหน้านิ่งๆ แทน คือถ่าย react ของการคุยตลอดเลย จนเหมอืนกับว่าสองคนนี้ใช้พลังจิตคุยกัน</p>
<p><strong>I&#8217;m Glad My Mother Is Alive (Claude and Nathan Miller,2009,A+/A)</strong></p>
<p>เป็นหนังที่เล่าเรื่องได้เก่งมาก ถ่ายทำได้ยอดเยี่ยม เล่นได้เจ็บปวด และพระเอกหล่อจนเราอยากได้มากๆ (อ้าว) แต่มันก็มีจุดบางอย่างซึ่งมันไม่ไปสุดทาง ซึ่งโทษหนังเองก็ไม่ได้</p>
<p>เมื่อวานอ่านบทสัมภาษของโรดริโก การ์เซีย (nine lives, ten tiny love stories&#8230; See More) ซึ่งน่าจะเอามาอธิบายเรื่องนี้ได้ คือ เขาบอกว่า เนื้อเรื่องอะไรก็ตามที่มันเกี่ยวกับ แม่ทิ้งลูกไปตอนเด็กๆ แล้วยังเก็บงำความลับไว้, แม่-ลูกพลัดพรากจากกันแล้วมาเจอกันใหม่ พล้อตอะไรพวกนี้ไม่ว่าจะแตะด้านไหน มันก็ emotional ไปซะหมด ซึ่งมันสุ่มเสี่ยงมากว่าจะได้งานที่ออกมาเป็นหนัง emotional เรื่องนึง หรือหนังทีวีเกรดห่้วยๆ เรื่องนึง โชคดีที่ I&#8217;m Glad My Mother Is Aliveเป็นแบบแรก คือมันเป็นหนังที่ emotional มากๆ แต่ด้วยตัวบทของมัน (ซึ่งสร้างจากเรื่องจริง) ก็คงไม่สามารภทำให้มันไปได้ไกลสุดกู่ได้อย่างที่เราอยากให้เป็น</p>
<p>I&#8217;m Glad My Mother Is Alive เป็นเรื่องของ เด็กหนุ่มที่โดนแม่ทิ้งไปตอนเด็กๆ แม่เขาเปนพวกสำส่อน เปนภารโรง มีลูกสองคน วันนึงก็เอาลูกไปให้สถานสงเคระาห์เลย เพราะเลี้ยงไม่ไหว เพิ่งอายุ 17 เอง ทีนี้ก็มีอีกครอบครัวนึงมาเอาเด็กไปเลี้ยง เด็๋กโตมาก็แตกต่างกัน คือพี่ชายหัวรุนแรงมาก ส่วนน้องชาย (ซึ่งแทบจำแม่ไม่ได้) ก็เป็นเด็กดี ไม่ได้มีปมอะไรเท่ากับพี่ชาย (ซึ่งจำแม่ได้ เพราะตอนแม่เอาลูกไปบริจาคนี่ เด็กคนนี้อายุตั้ง 5 ขวบแล้ว)</p>
<p>ไอ้หนุ่มก็เลยตามหาแม่ จนมาเจอแม่ได้ แล้วก็พยายามจะใช้ชีวิตร่วมกับแม่ดู ซึ่งมันก็มีรายละเอียดที่น่าสงสารมากมาย โดยเฉพาะ identity ของเขาซึ่งดูจะมีภาวะ crisis มากขึ้นเรื่อยๆ</p>
<p>จุดที่ต้องชมเชยผกก มากๆ ก็คือ เขากล้ามากที่เล่าเรื่องสามเวลาตัดสลับไปมา ได้แก่ ตอนที่พระเอกอายุ5ขวบ, ตอนที่พระเอกอายุ 13 ขวบ แล้วก็ตอนที่อายุ 20 ขวบ (ผมเดาเอาหมดนะ กะๆ เอา) หนังมีจังหวะตัดสลับไปมาที่น่าสนใจดี คือ ไม่ได้จำเป็นว่าต้องทำให้ทั้งสามส่วนนี้เท่ากันสักหน่อยเหมอืนแบบที่ crash หรือ กุยเลอโม อาเรียก้า หรือ พอล โธมัส แอนเดอรสัน ชอบทำให้มันเท่ากันจนเป็นคณิตศาสตร์ แต่คุณโคลด มิลเยร์ จะมีลูกเล่้นของเขา ประเภทว่า 10 นาทีแรก เห็นแค่วัย 1+วัย 2 นะ ส่วนสิบนาทีต่อมาจะเห็นวัย 3 อย่างเดียว อะไรแบบนี้</p>
<p>The Spirit of Beehive (Victor Erice,A+)</p>
<p>No One Knows About the Persian Cat (Bahman Gobardi, A+/A)</p>
<p>Sagwan (Monti Parungao,2009,A)</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/tetecinema.wordpress.com/35/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/tetecinema.wordpress.com/35/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/tetecinema.wordpress.com/35/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/tetecinema.wordpress.com/35/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/tetecinema.wordpress.com/35/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/tetecinema.wordpress.com/35/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/tetecinema.wordpress.com/35/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/tetecinema.wordpress.com/35/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/tetecinema.wordpress.com/35/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/tetecinema.wordpress.com/35/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/tetecinema.wordpress.com/35/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/tetecinema.wordpress.com/35/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/tetecinema.wordpress.com/35/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/tetecinema.wordpress.com/35/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tetecinema.wordpress.com&amp;blog=12509957&amp;post=35&amp;subd=tetecinema&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://tetecinema.wordpress.com/2010/05/14/the-story-of-pierra/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/51bb5399638b957e7575474240717f42?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">tetecinema</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc3/hs315.snc3/28415_435667956728_581406728_5350058_1407516_n.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">เปียรา</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Les herbes folles</title>
		<link>http://tetecinema.wordpress.com/2010/04/16/les-herbes-folles/</link>
		<comments>http://tetecinema.wordpress.com/2010/04/16/les-herbes-folles/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 16 Apr 2010 15:28:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tetecinema</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://tetecinema.wordpress.com/2010/04/16/les-herbes-folles/</guid>
		<description><![CDATA[  รูปภาพจาก The House of the Devil Les herbes folles (2009, Alain Resnais, A++++++++) ต้องอย่างนี้สิ คนที่ปฏิวัติการเล่นแร่แปรธาตุของกาลเวลาและสถานที่ในภาพยนตร์ หนังเรื่องใหม่ของเขาเป็นหนังโรแมนติคคอมมิดี้เสน่ห์ล้นสุดเพี้ยนผสานด้วยเทคนิคแบบเดียวกับ Last Year at Marienbad นางเอกเป็นหมอฟันซึ่งขับเครื่องบินได้ หนักข้อกว่า Private Fear in Public Place (2006) ประมาณ 20 เท่า ที่ตลกคือดูเสร็จแล้วเราถึงขั้นเอาไปฝันว่าเราขับเครื่องบิน (เพราะตัวละครนางเอกเป็นหมอฟันที่ขับเครื่องบินเล็กเป็น) อแลง เรเน่ส์ ในวัย 87 ปี ทำหนังที่ไม่มีความเชยหรือคลิเชสักวินาที  พวกภาษาหนังหรือเสียงเพลงหรือเสียงบรรยาย เสียงซุบซิบที่ปกติไม่ได้ถูกใช้อย่างนี้ การจัดแสงก็สุดสวิงมาก การตัดต่ออีก แล้วยัยเอมมานูเอล เดโวส์ นี่ตลกมากๆ งานภาพโดย อีริค โกติเยร์ สุดยอดมาก คนนี้น่าจะเป็นตากล้องที่ดีที่สุดของยุคนี้ในสายตาของเรา The King of Escape [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tetecinema.wordpress.com&amp;blog=12509957&amp;post=25&amp;subd=tetecinema&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p> <a title="Bild in voller Grösse ansehen" href="http://outnow.ch/Movies/2009/HouseOfTheDevil/Bilder/movie.fs/06#"><img src="http://outnow.ch/Media/Movies/Bilder/2009/HouseOfTheDevil/movie.fs/06.jpg" alt="Film-Szenenbild zu The House of the Devil" width="517" height="343" /></a></p>
<p>รูปภาพจาก The House of the Devil</p>
<p>Les herbes folles (2009, Alain Resnais, A++++++++)<br />
ต้องอย่างนี้สิ คนที่ปฏิวัติการเล่นแร่แปรธาตุของกาลเวลาและสถานที่ในภาพยนตร์ หนังเรื่องใหม่ของเขาเป็นหนังโรแมนติคคอมมิดี้เสน่ห์ล้นสุดเพี้ยนผสานด้วยเทคนิคแบบเดียวกับ Last Year at Marienbad นางเอกเป็นหมอฟันซึ่งขับเครื่องบินได้ หนักข้อกว่า Private Fear in Public Place (2006) ประมาณ 20 เท่า ที่ตลกคือดูเสร็จแล้วเราถึงขั้นเอาไปฝันว่าเราขับเครื่องบิน (เพราะตัวละครนางเอกเป็นหมอฟันที่ขับเครื่องบินเล็กเป็น) อแลง เรเน่ส์ ในวัย 87 ปี ทำหนังที่ไม่มีความเชยหรือคลิเชสักวินาที  พวกภาษาหนังหรือเสียงเพลงหรือเสียงบรรยาย เสียงซุบซิบที่ปกติไม่ได้ถูกใช้อย่างนี้ การจัดแสงก็สุดสวิงมาก การตัดต่ออีก แล้วยัยเอมมานูเอล เดโวส์ นี่ตลกมากๆ งานภาพโดย อีริค โกติเยร์ สุดยอดมาก คนนี้น่าจะเป็นตากล้องที่ดีที่สุดของยุคนี้ในสายตาของเรา</p>
<p>The King of Escape (2009, Alain Guiraudie, A+++++++)<br />
เป็นหนังเกย์ที่ตลกมากๆ ว่าด้วยเกย์ที่มีวิกฤตวัยกลางคน เลยไปเอาเด็กผู้หญิง อีเด็กนี่เป็นนางเอกเรื่อง The Secret of the Grain ชอบการนำเสนอเกย์ในหนังเรื่องนี้ เพราะเราไม่สามารถแยกออกได้ว่าคนไหนคือเกย์ คนไหนคือผู้ชาย เพราะทุกคนอ้วนหรือผอมเกินไปและหน้าตาไม่ดีกันทุกคน เป็นหนังเกย์ที่ควรดู</p>
<p>Web of Deception (1989, David Chung, A+++++++)<br />
หักเหลี่ยมเฉือนคมกันสุดๆ หลินชิงเสียเล่นเป็นคุณนายเจ้าของบ้านได้ดีมากๆ ส่วนหวังจู่เสียนบ้ามากเพราะเธอต้องเล่นเป็นฝาแฝด มีผุ้หญิงประสาทแดกอีกหลายคนในบ้านหลังนี้ เรื่องเกือบจะทั้งหมดเกิดขึ้นภายในคืนหนึ่งที่มีการขโมย หักหลัง ฆาตกรรม วางยาพิษ โอ๊ย สนุก</p>
<p>The Girl with the Dragon Tattoo or Millenium : Part I &#8211; Men Who Hate Women (2009, Niels Arden Oplev, A++)<br />
The Girl Who Played with Fire (2009, Daniel Alfredson, A)<br />
The Girl Who Kicked the Hornet&#8217;s Nest ((2009, Daniel Alfredson, A+)<br />
เป็นไตรภาคที่น่าสนใจมาก ชอบตัวละครเอกมาก เริ่มต้นจากเรื่องเล๋กๆ สไตลทอกาธา คริสตี แต่ถูกขยายออกไปจนกลายเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ระบบชนชั้นในเดนมาร์ค ตัวละครนางเอกเหมือนเปนคนที่ผ่านจากนรกแต่แผลยังไม่หายดี</p>
<p>ดิฉันไม่ใช่โสเภณี (1993, พยุง พยกุล, A+)<br />
ชอบหลายๆฉากในหนังเรื่องนี้ คิดว่าหนังที่ถ่ายทำในยุโรปเมื่อ 16 ปีก่อนเรื่องนี้ ถ่ายได้ดีกว่า Dear Galileo ธิดา ธีระรัตน์ เล่นเหี้ยมาก รู้เลยว่าซื้อรางวัลแน่ๆ แต่ ชนานา นุตาคม เล่นดีมากๆ ในบทแม่เล้า ไม่มีการโอเว่อร์แอคติ้งเลย มีฉากชนานาจับเป้าแซม ยุรนันท์ด้วย แรงมาก<br />
ส่วนที่เราบอกว่าถ่ายดีกว่ากาลิเลโอ ก็คือมันจะมีส่วนที่ถ่ายวิวทิวทัศน์ชีวิผู้คนท้องถนนเหมือนกับสารคดีแทรกเข้ามาเป้นช่วงๆ น่ะ แต่ในกาลิเลโอเรานึกไม่ออกเลยว่ามีรึเปล่า มันมีแต่การเอาแต่ถ่ายตัวละครหรือไม่ก็เป็นรูปวิวแบบโปสการ์ด<br />
ซึ่งเราไม่ค่อยถูกชะตาเท่าไร</p>
<p>อีกอย่างคือเราไม่แน่ใจว่าตอนออกฉายหนังได้รับการยกย่องขนาดไหน แต่พอมาดูตอนนี้ มันก็ทำหน้าที่บันทึกสังคมไทยได้ดีนะ โดยเฉพาะกระแสของผู้หญิงรุ่นใหม่ที่ต้องการเลี้ยงปากเลี้ยงท้องด้วยการหาสามีฝรั่ง มันน่าสนใจมากๆ แถมเขียนจากประวัติคนจริงๆ อีก แต่สิ่งที่ตลกมากๆ การนำเสนอที่ว่า สุดท้ายแล้วผู้หญิงไทยพวกนี้ก็มักจะมีปัญหากับแม่ผัว ซึ่งตลกดี ไม่แน่ใจว่ามันเป็นเรื่องจริงไหม (เพราะมันดูโคตรละครไทยเลย) หรือว่าเป็นสิ่งที่ผู้เขียนแต่งเติมขึ้นมาเพื่อให้นวนิยายของตัวเองดูมีความเป็นละคร คล่องคอคนอ่านคนดูหนังชาวไทยมากขึ้น</p>
<p>Je veux voir (2008, Joana Hadjithomas, Khalil Joreige, A+)<br />
แคทเธอรีน เดอเนิฟ ไปดูซากปรักหักพังในเลบานอน เป็นหนังผสมสารคดี ไม่แน่ใจว่าฉากไหนจริงหรือแต่ง ดูแล้วนึกถึงประเทศไทยมากในอนาคตมากๆ และเดอเนิฟเล่นฉากสุดท้ายดีมากๆ คือหลังจากที่เธอไปดูความยากลำบากและผลลัพธ์ของสงครามแล้ว เธอต้องไปเดินในงานปาร์ตี้สุดหรูที่โรงแรมจัดให้ แล้วเรารู้เลยว่าเธอคงอึดอัดและเศร้ามากๆ แม้เธอจะแสดงออกเพียงเล็กน้อย</p>
<p>The House of the Devil (2009, Ti West, A+)<br />
เป็นหนังสยองขวัญที่ใช้เครื่องมือทุกอย่างเหมือนหนังยุค 80 เหมือนกำลังนั่งดู The Omen เวอร์ชั่นเก่าๆ อยู่ เรื่องของพี่เลี้ยงที่ถูกล่อให้มาเป็นตัวสังเวยลัทธิซาตาน เทคนิคของหนังมันชวนเสน่ห์มากๆ ได้ข่าวว่าหนังออกเป็นวิดีโอก่อนจะออกเป็นดีวีดีซะด้วย ชอบ เกนตา เกอร์วิก ในหนังมาก เธอเล่นเป็นเพื่อนนางเอกชิบหายๆ</p>
<p>Le petit Nicolas (2009, Laurent Tirard, A+)<br />
ตลกมาก เป็นเหมือนนวนิยายเด็ก แต่เด็กคนนี้มีแม่เป็นวาเลอรี ลาเมซิเยร์ มีครูเป็นซองดรีน คิปเบอแลง แล้วเด็กมันคิดว่าแม่ท้องน้องคนใหม่ มันกลัวจะถูกจับไปปล่อยในป่า (เพราะเพื่อนเล่าให้ฟังว่าเวลาบ้านที่มีเด็กใหม่ ลูกคนโตจะถูกเอาไปปล่อยในป่า) เด็กก็เลยพยายามหาทางสังหารน้องชายตัวเองในท้องแม่ ฟังเหมือนโหด แต่หนังทำออกมาน่ารักไร้เดียงสามากๆ</p>
<p>The Accompanist (1992, Claude Miller, A+/A)<br />
โรมาน โบริงเย ในบทคนใช้และนักเปียโน กับ เยเลนา ซาโฟโนวา ในบทเจ้านาย/นักเปียโนน่าสนใจมาก โดยเฉพาะฝ่ายแรกที่มีความสัมพันธ์แบบทั้งรักทั้งเกลียด+passive กับฝ่ายหลัง ประมาณว่าเธอเห็นเจ้านายคบชู้ เธอก็ช่วยเจ้านาย แต่เธอก็มาร้องไห้เองว่าเจ้านายไม่รักเธอ</p>
<p>Killshot (2008, John Madden, A) ชอบตัวละครเกือบทุกตัว การกระจายน้ำหนัก และชอบที่มันเหมือนหนังทริลเลอร์ยุค 90<br />
Shutter Island (2010, Martin Scorsese, A) ชอบเทคนิคต่างๆ มันเหมือนหนังเก่าดี ชอบลีโอ ทำให้นึกถึงเจมส์ สจวร์ต แต่ไม่ค่อยชอบความที่หนังสร้างจากนิยายของเดนิส ลาเฮน แต่ไฉนมันถึงไม่มีความเป็นมนุษย์และความขัดแย้งทางศีลธรรมเอาซะเลย หรือนำเสนอออกมาก็ไม่ละเอียดเท่าไร  ซึ่งแตกต่างจาก Mystic River และ Gone Baby Gone มากๆ เข้าใจว่าในนิยายน่ะมี แต่ตัวสกอร์เซซีและวิธีการทำหนังของเขาทำให้ความเป็นมนุษย์เหล่านี้หายไปหมด เหลือแค่พล้อต</p>
<p>Ander (2009, Roberto Caston, A) เป็นหนังเกย์ภูเขา คล้ายโบรคแบค แต่ไม่มีใครหน้าตาดี เรื่องเกิดในแคว้นบาสก์ประเทศสเปน พระเอกขาหัก เลยต้องหาคนมาช่วยทำไร่ แล้วคนที่มาช่วยนี่เป็นเกย์จากชิลี ฉากเซกซ์น่าตกใจมาก ที่ให้ A เพราะรู้สึกว่าไม่มีอะไรใหม่ หนังมีตัวละครอีกตัวที่น่าสนใจคือกะหรี่ใจบุญ ที่หลังจากรอคอยสามีที่ไปรบ เขาหายตัวไป เธอทำอะไรไม่ได้เลยต้องทำงานเป็นกะหรี่เพื่อเอาเงินมาเลี้ยงลูก</p>
<p>Frozen (2010, Adam Green, A) ชอบความสัมพันธ์ของตัวละครมากๆ ทำใหหนังเรื่องนี้เหนือกว่า Open Water หรือหนังแนว &#8216;ประสบการณ์ชีวิตสุดอันตราย&#8217; มีความเป็น homoerotic นิดๆ</p>
<p>นาคปรก The Shadow of Naga (2008, Nasorn Panungkasiri, A) ทุกอย่างดูชั้นเดียวไปหมด แต่ดีที่ทราย เจริญปุระ และตอนเฉลยเรื่องหลวงพ่อ</p>
<p>Over Her Dead Body (2008, Jeff Lowell, A-) เป็นหนังสไตล์ Ghost อีวา ลองโกเลีย เล่นเปนผู้หญิงที่กำลังจะแต่งผัวแต่ดันตาย แล้ววิญญาณเลยไปหาหมอดู ปรากฎว่าอีหมอดูนี่จะเอาพระเอกทำผัวแทน 5555 เธอเลยต้องตบกับหมอดู แกล้งกันไปแกล้งกันมา ครึ่งแรกเลยดีมาก แต่ครึ่งหลังก็ตามสูตรอะนะ ผีกับคนอยู่กันไม่ได้ ฉันยินดีที่เธอมีรักใหม่ พระเอกคือ Paul Rudd น่ารักมากๆ ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงน่ารักตั้งแต่ Clueless มาจนถึงวันนี้</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/tetecinema.wordpress.com/25/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/tetecinema.wordpress.com/25/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/tetecinema.wordpress.com/25/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/tetecinema.wordpress.com/25/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/tetecinema.wordpress.com/25/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/tetecinema.wordpress.com/25/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/tetecinema.wordpress.com/25/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/tetecinema.wordpress.com/25/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/tetecinema.wordpress.com/25/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/tetecinema.wordpress.com/25/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/tetecinema.wordpress.com/25/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/tetecinema.wordpress.com/25/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/tetecinema.wordpress.com/25/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/tetecinema.wordpress.com/25/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tetecinema.wordpress.com&amp;blog=12509957&amp;post=25&amp;subd=tetecinema&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://tetecinema.wordpress.com/2010/04/16/les-herbes-folles/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/51bb5399638b957e7575474240717f42?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">tetecinema</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://outnow.ch/Media/Movies/Bilder/2009/HouseOfTheDevil/movie.fs/06.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Film-Szenenbild zu The House of the Devil</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Agora, Pontypool and Never Let Me Go photo</title>
		<link>http://tetecinema.wordpress.com/2010/03/13/agora-pontypool-and-never-let-me-go-photo/</link>
		<comments>http://tetecinema.wordpress.com/2010/03/13/agora-pontypool-and-never-let-me-go-photo/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 13 Mar 2010 22:34:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tetecinema</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://tetecinema.wordpress.com/?p=23</guid>
		<description><![CDATA[Agora (A++++++++++++++++++++) Amenabar slaps every roman-epic movies like Troy, Gladiator, etc and presents his vision of what epic film in roman period should be made. It is not a war film but a war of beliefs. The film is created on the religious and class conflicts between Egyptian, Christian and Jews. I will not surprise [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tetecinema.wordpress.com&amp;blog=12509957&amp;post=23&amp;subd=tetecinema&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>Agora (A++++++++++++++++++++)</p>
<h3>Amenabar slaps every roman-epic movies like Troy, Gladiator, etc and presents his vision of what epic film in roman period should be made. It is not a war film but a war of beliefs. The film is created on the religious and class conflicts between Egyptian, Christian and Jews.</h3>
<div id="text_expose_id_4b9c112dd1ede1e85e29b">I will not surprise if the Vatican condemn this film because the portrait of Christian and Jews are extremes like The Passion of the Christ. This film should be screened with Mundane History because it&#8217;s as if the Astronomy scene in Mundane History was expanded and become this film.</div>
<div></div>
<p>I think Amenabar is so ambitious and he has a talent that match his ambition. I am very impressed how his career moved. He started as a master of horror with Thesis. Then he went to different style of horror like a romantic thriller (Open Your Eyes) and gothic melodrama (The Others). Later, he shifted to made biopic (Oscar winning The Sea Inside) and now he made a very intellectual epic drama with big budget. Where will he go next?</p>
<p><strong>Pontypool</strong> (<a href="http://www.imdb.com/name/nm0567680/">Bruce McDonald</a>, A++++++++++++++++++++++++)</p>
<p>I will write about it next time. A great minimalist thriller.</p>
<p><img class="alignnone" title="never" src="http://www.awardsdaily.com/wp-content/uploads/2010/03/never-let-me-go.jpg" alt="" width="395" height="210" /></p>
<p>love this photo from Never Let Me Go very much. I guess this film is made for me and my friends. It s about a mystery in girl school in the forest. Directed by Mark Romanek (One Hour Photo, A+) from the novel of Kazuo Ishiguro (A+++++, The Remains of the Day, The Saddest Music in the World, The White Countess !!!) Screenplay by Alex Garland (A)</p>
<p>Casts : Kiera Knightley (A), Carey Mulligan (A++), Sally Hawkins (A+++), Charlotte Rampling (A+++)</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/tetecinema.wordpress.com/23/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/tetecinema.wordpress.com/23/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/tetecinema.wordpress.com/23/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/tetecinema.wordpress.com/23/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/tetecinema.wordpress.com/23/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/tetecinema.wordpress.com/23/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/tetecinema.wordpress.com/23/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/tetecinema.wordpress.com/23/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/tetecinema.wordpress.com/23/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/tetecinema.wordpress.com/23/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/tetecinema.wordpress.com/23/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/tetecinema.wordpress.com/23/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/tetecinema.wordpress.com/23/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/tetecinema.wordpress.com/23/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tetecinema.wordpress.com&amp;blog=12509957&amp;post=23&amp;subd=tetecinema&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://tetecinema.wordpress.com/2010/03/13/agora-pontypool-and-never-let-me-go-photo/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/51bb5399638b957e7575474240717f42?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">tetecinema</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.awardsdaily.com/wp-content/uploads/2010/03/never-let-me-go.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">never</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>The Girl on the Train and other movies</title>
		<link>http://tetecinema.wordpress.com/2010/03/10/the-girl-on-the-train-and-other-movies/</link>
		<comments>http://tetecinema.wordpress.com/2010/03/10/the-girl-on-the-train-and-other-movies/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 10 Mar 2010 20:31:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tetecinema</dc:creator>
				<category><![CDATA[Cinema diary]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://tetecinema.wordpress.com/?p=14</guid>
		<description><![CDATA[The Girl on the Train (A++++++++++, André Téchiné, 2009) Émilie Dequenne might be the best actress of her generation.  I am looking forward  to see her performance more and more in the future.  Her Cannes award from Rosetta is not a one hit wonder. Before the Girl on the Train, she just gave a very [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tetecinema.wordpress.com&amp;blog=12509957&amp;post=14&amp;subd=tetecinema&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone" title="fierce or fear" src="http://outnow.ch/Media/Movies/Bilder/2009/FilleDuRer/movie.fs/17.jpg" alt="" width="260" height="159" /></p>
<p><strong>The Girl on the Train (A++++++++++, André Téchiné, 2009)</strong><br />
Émilie Dequenne might be the best actress of her generation.  I am looking forward  to see her performance more and more in the future.  Her Cannes award from Rosetta is not a one hit wonder. Before the Girl on the Train, she just gave a very good performance in superstitious Chabrolic thriller Écoute le temps as a daughter solving the crime from the past.</p>
<p>Back to The Girl on the Train, in term of structure, this film is like a companion piece to Techine’s The Witnesses. It has ensemble characters and storyline with a background from the real incident that happens in the (recently) past. Normally Techine loves to have subplot about Algerian, this time is about anti-Semetic. Techine’s pacing is always fast. I think his pacing is faster than The Bourne Series. Paul Greengrass’s visual and editing might drive my adrenaline but the story is very slower than Techine’s. Paul Greengrass might use 20 minutes to tell the story that happens in one airport, but Techine will spend his 20 minutes on telling 45 different stories of his characters.</p>
<p>By the way, there are many interesting supporting actors. Techine’s regulars like Deneuve and Michale Blanc are always good. And there is Ronit Elkabetz, the Israeli actress/director of To Take a Wife and Or. The one who surprise me most is Nicolas Duvauchelle. He is very good looking. And a good actor too. I check from imdb that this is the forth time I saw his movies but I don’t recognize him until this film. The film of his that I saw are Beau Travail, Troble Every Day and Inside. 2009 would be his great year because he has a part in Denis’s White Material and Resnais’s Wild Grass!</p>
<p><img class="alignnone" title="cute" src="http://outnow.ch/Media/Movies/Bilder/2009/FilleDuRer/movie.p/01.jpg" alt="" width="200" height="265" /></p>
<p>The Girl on the Train is based on the real event about a girl who told a lie to the media and caused the national sensation like Nathan Oman in Thailand. I wanna see this kind of film in Thai film industry. I mean, the film that is based on the real event but can bring the audience deep down than the headline of newspaper or internet hate trends and understand the particular situation in human scale, economic scale, national politics  and anthropological roots.</p>
<p><strong>Bright Star (A++++++++, Jane Campion, 2009)</strong><br />
A perfect film. This might be one of the film that really makes me think about heartbreaking and the madness of love that could link to my first love/first pain experience.<br />
<strong>The Mourning Forest (A+++++++, Naomi Kawase, 2007)</strong><br />
I saw it in Japanese Film Festival @ Paragon Cineplex and the surprise thing is, there is no English subtitle! I think the staff didn’t check the print so the film has French subtitle instead. But what surprise me most is that, only 20 percent of the audience left the theatre. The other 80% sat and watched this magnificent film which could appreciate only in theatre. This is the first time I see this film and I think I understand everything in this film. No need for subtitle, the film can tell the story and soul by its visual and sounds.</p>
<p>Some said Naomi was inspired by Tropical Malady, If it’s true I think she did a very good work because she found her way to shot the forest. The visual and sound of the forest in this film is very different from Tropical Malady while Nymph, another Thai film that refuse the same kind of accusation, looks familiar to (and worse than) Apichatpong’s film. The difference between the forest in Tropical Malady, Mourning Forest and Nymph is that the first two have a soul but the third film doesn’t.<br />
<strong>The Son (A+++, Dardenne Brothers, 2002)</strong><br />
<strong>Murder by Numbers (A+, Barbet Schroeder, 2002)</strong><br />
Saw it in HBO. Very very good detective Thriller. The visual in the climax scene on the balcony reminds me of the eclipse scene in Dolores Claiborne (which I think is Taylor’s Hackford’s best film).<br />
<strong>The House of Yes (A+, Mark Waters, 1997) </strong><br />
A++++++++++ for Parker Posey. She plays an evil psychopathic sister that has incest relationship with her twin brother.  After he studied in other city for a long time, he comes back with his fiancé and it drives her mad in a very funny way. The actors of this film are so queer. Besides Posey, Tori Spelling plays the innocent fiancé and Freddy Prince Jr plays an autistic little brother. There are some funny conversation like…<br />
<em>Parker Posey : U should let your bother get the ice.<br />
Freddy Prince Jr : Will he know where we keep the ice.<br />
Parker Posey : Everybody know where the ice is!!!!!<br />
Freddy Prince Jr (to his brother) : Before bring it here, please check that the ice is cool enough.</em><br />
By the way, Mark Waters is the director of  Freaky Friday, Head Over Hillm, Mean Girls, Ghost of the Girlfriend&#8217;s Past.  The House of Yes is his first film and his only independent film, i guess.<br />
<strong>Katalin Varga (A+, Peter Strickland, 2009)</strong><br />
The scene on the boat is amazing. After Katalin Varga walked for 2000 miles (LOL) she found the one she longed to meet. She sat on the same boat with him and his wife and then she reveal her real intention. That scene is so frightening and the way the director shot the scece is amazing. Despite that there are 3 characters on the boat, the director shot only Katalin Vargar ‘s face for a long long time and has the face of the man she wanted to revenge as a reverse shot.<br />
<strong>La promenade (A+, Marina De Van, 2007) </strong><br />
The comic story about the son who just married and his old father who wanna have sex again so the son must take him to buy a service from the prostitute. The most funniest thing in the film is Marina herself. She played a “beautiful and sexy” wife and she danced and stripped until she showed her body full frontal.<br />
<strong>The Fourth Kind (A+/A, Olatunde Osunsanmi, 2009)</strong><br />
Super scary but I think some part are too fake. If the director didn’t perfect  the images too much, it would be more real.</p>
<p><strong>One Million Yen Girl (A+/A, Yuki Tanada, 2008)</strong><br />
Lots of good idea but bad ending. The ending changes the film from “the girl’s precious journey” to “typical Japanese love story”</p>
<p><strong> </strong></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/tetecinema.wordpress.com/14/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/tetecinema.wordpress.com/14/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/tetecinema.wordpress.com/14/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/tetecinema.wordpress.com/14/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/tetecinema.wordpress.com/14/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/tetecinema.wordpress.com/14/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/tetecinema.wordpress.com/14/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/tetecinema.wordpress.com/14/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/tetecinema.wordpress.com/14/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/tetecinema.wordpress.com/14/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/tetecinema.wordpress.com/14/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/tetecinema.wordpress.com/14/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/tetecinema.wordpress.com/14/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/tetecinema.wordpress.com/14/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tetecinema.wordpress.com&amp;blog=12509957&amp;post=14&amp;subd=tetecinema&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://tetecinema.wordpress.com/2010/03/10/the-girl-on-the-train-and-other-movies/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/51bb5399638b957e7575474240717f42?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">tetecinema</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://outnow.ch/Media/Movies/Bilder/2009/FilleDuRer/movie.fs/17.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">fierce or fear</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://outnow.ch/Media/Movies/Bilder/2009/FilleDuRer/movie.p/01.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">cute</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>โบ๊ตบริฟต์เรื่องการอ่านหนังสือของทรุฟโฟต์</title>
		<link>http://tetecinema.wordpress.com/2010/03/10/%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b9%8a%e0%b8%95%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9f%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://tetecinema.wordpress.com/2010/03/10/%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b9%8a%e0%b8%95%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9f%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 10 Mar 2010 08:20:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tetecinema</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://tetecinema.wordpress.com/2010/03/10/%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b9%8a%e0%b8%95%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9f%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2/</guid>
		<description><![CDATA[มีสองเล่มคือ สัมภาษณ์ ฮิตช์ค็๋อก กับ The Film In My Life -เขาปฎิเสธไอเดียที่ว่า หนังเรื่องนึกนั้น noble and serious แต่อีกเรื่องนั้น entertaining เขาบอกว่าหนังทุกเรื่องนั้น noble , serious and entertaining (ตรงนี้มาจาก เขาพูดถึงหนังยุค neo-realist กับหนัง hitchcock ) -เขาพูดถึง critics ว่า ในขณะที่หนังมีแนวโน้มจะ diversify มากขึ้น critic กลับมีแนวโน้มที่จะ specialize มากขึ้น หมายถึง นักวิจาณ์จะมีแนววิจารณ์ของตัวเองเป้นชัดๆไป เช่น วิจารณ์ประเด็นการเมือง วิจารณ์เชิงโครงสร้าง วิจารณ์เชิงการเล่าเรื่อ่ง หรือว่า วิจารณ์หนังแนวทดลองเท่านั้น -อันนึงที่เราว่า น่าสนใจ คือเขาว่า มีช่องว่างอยู่มาก ในหลายบทวิจารณ์ ระหว่าง การวิจารณ์ตัวงาน โดยเน้นที่ &#8220;intention [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tetecinema.wordpress.com&amp;blog=12509957&amp;post=10&amp;subd=tetecinema&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มีสองเล่มคือ สัมภาษณ์ ฮิตช์ค็๋อก<br />
กับ The Film In My Life</p>
<p>-เขาปฎิเสธไอเดียที่ว่า หนังเรื่องนึกนั้น noble and serious แต่อีกเรื่องนั้น entertaining เขาบอกว่าหนังทุกเรื่องนั้น noble , serious and entertaining<br />
(ตรงนี้มาจาก เขาพูดถึงหนังยุค neo-realist กับหนัง hitchcock )</p>
<p>-เขาพูดถึง critics ว่า ในขณะที่หนังมีแนวโน้มจะ diversify มากขึ้น critic กลับมีแนวโน้มที่จะ specialize มากขึ้น หมายถึง นักวิจาณ์จะมีแนววิจารณ์ของตัวเองเป้นชัดๆไป เช่น วิจารณ์ประเด็นการเมือง วิจารณ์เชิงโครงสร้าง วิจารณ์เชิงการเล่าเรื่อ่ง หรือว่า วิจารณ์หนังแนวทดลองเท่านั้น</p>
<p>-อันนึงที่เราว่า น่าสนใจ<br />
คือเขาว่า มีช่องว่างอยู่มาก ในหลายบทวิจารณ์ ระหว่าง การวิจารณ์ตัวงาน โดยเน้นที่ &#8220;intention กับ เน้นที่ &#8220;execution&#8221;<br />
ถ้าวิจารณ์โดยเน้น intention งานวิจารณ์ก็มีแนวโน้มที่จะเชิดชูจนเลิศเลอ<br />
แต่ถ้าเน้น execution สุดท้ายในหนังเรื่องเดียวกัน หลายครั้งจะนำไปสู่ว่าหนังนั้น pretentious</p>
<p>&#8220;If the critic considers only a film&#8217;s intentions, he will praise it to the heavens; if he is conscious of form and demanding about its execution, he will criticize the achievement in proportion to its ambitions, which he may find pretentious&#8221;</p>
<p>อันนี้เจ็บ คือ เขาบอกว่า หนังสมัยก่อน intelligence ถูกซ่อนอยู่หลังกล้อง แต่หนังสมัยนี้ intelligence try to be in evidence on screen</p>
<p>อ่านแล้วก็สนุกมากอ่ะ<br />
เพราะเขาก็เล่าการเปลี่ยนแปลงของเขา ตั้งแต่ตอนเป็นนักดูหนัง เป็นนักวิจารณ์เฉยๆ จนมาทำหนัง ว่าการเปลี่ยนแปลงมุมมองหลายอย่าง เปลี่ยนไปอย่างไร มันเหมือนอ่านการเปลี่ยนแปลงชีวิตไปด้วย ก็สนุกดี</p>
<p>credit &#8211; Boat</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/tetecinema.wordpress.com/10/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/tetecinema.wordpress.com/10/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/tetecinema.wordpress.com/10/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/tetecinema.wordpress.com/10/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/tetecinema.wordpress.com/10/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/tetecinema.wordpress.com/10/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/tetecinema.wordpress.com/10/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/tetecinema.wordpress.com/10/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/tetecinema.wordpress.com/10/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/tetecinema.wordpress.com/10/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/tetecinema.wordpress.com/10/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/tetecinema.wordpress.com/10/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/tetecinema.wordpress.com/10/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/tetecinema.wordpress.com/10/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tetecinema.wordpress.com&amp;blog=12509957&amp;post=10&amp;subd=tetecinema&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://tetecinema.wordpress.com/2010/03/10/%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b9%8a%e0%b8%95%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9f%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/51bb5399638b957e7575474240717f42?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">tetecinema</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>โน้ตย่อกันลืมเรื่อง Julie and Julia และอื่นๆ</title>
		<link>http://tetecinema.wordpress.com/2010/03/09/%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-julie-and-julia-%e0%b9%81/</link>
		<comments>http://tetecinema.wordpress.com/2010/03/09/%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-julie-and-julia-%e0%b9%81/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 09 Mar 2010 16:48:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tetecinema</dc:creator>
				<category><![CDATA[gender]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://tetecinema.wordpress.com/2010/03/09/%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-julie-and-julia-%e0%b9%81/</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อคืนคุยกับ PNA (ชื่อสมมติ) ถึงเรื่องประเด็นเฟมินิสต์บางอย่าง เห็นว่าน่าสนใจดีเลยโน้ตย่อไว้ก่อน มันเริ่มมาจากสองสามเดือนก่อน ได้คุยกับเพื่อนที่เป็นอาจารย์ที่สถาปัด แล้วเพื่อนเล่าว่าภายในภาควิชาของเพื่อนมีความกังวลจนเป็น issue ขึ้นมา เนื่องจากว่าภาควิชานี้อยู่ดีๆ ในตอนหลังๆ มันก็มีแต่ผู้หญิงมาเรียนไง แบบ ผู้หญิงมาเรียนกัน 80 เปอร์เซ็นต์ เพื่อนและครูในภาคก็เลยหวาดกลัวกันว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ชายมาเรียนที่ภาคนี้ดี เพราะไม่งั้นอนาคตของวงการสถาปัตแบบนี้ มันคงมีแต่งานหยุมหยิมหวานๆ แหววๆ ดอกไม้งดงามกันอย่างเดียว พอเราฟังแล้วเราก็เอะใจไง รู้สึกว่ามันมีแง่มุมการเหยียดๆ โดยไม่รู้ตัวรึเปล่า แบ่งการเอะใจเป็นสามข้อ คือ 1.ทำไมต้องคิดว่าสิ่งที่มหาลัยของคุณผลิตมา มันจะต้องเปนอนาคตของวงการสถาปัตด้วย มหาลัยอื่นเขาก็ผลิตกันได้ แล้วไอ้ปรากฎการณ์เรื่องผู้หญิงเรียนเยอะนี่มันเป็นกันทุกมหาลัยรึเปล่า ถ้าเป็นสิ มันถึงน่าจะหยิบยกมาพูดกัน แต่ถ้ามันเปนที่มหาลัยนี้มหาลัยเดียว มันก็เป็นการกังวลเกินไปไหม (หรือกลัวตึกจะออกมาเป็นรูปโยนี ไม่ออกมาเป็นแท่งๆ แล้ว หรืออย่างไร?) 2.ต่อให้มันเป็นกันทุกมหาลัยนะ เราว่ามันก็ยังไม่ใช่ปัญหาอยู่ดีรึเปล่า คือ ทำไมไม่เชื่อในการแข่งขันล่ะ ทำไมไม่ปล่อยให้ผู้หญิง หรือสถาปนิกผู้หญิงแข่งกันเอง แล้วก็ฆ่ากันเอง คือ ถ้าเกิดความต้องการตลาดมันยังเท่าเดิม คือยังต้องการอะไรแมนๆ อยู่ สุดท้ายผู้หญิงก็ต้องแข่งกันเองแหละนะ (รวมทั้งมันก็ไม่เสมอไปใช่ไหม ว่าผู้หญิงต้องออกแบบอะไรที่หวานๆ) 3.แล้วในอดีตที่ผ่านมา ไอ้เวลาที่มีผู้ชายเรียนอะไรเยอะๆ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tetecinema.wordpress.com&amp;blog=12509957&amp;post=7&amp;subd=tetecinema&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อคืนคุยกับ PNA (ชื่อสมมติ) ถึงเรื่องประเด็นเฟมินิสต์บางอย่าง เห็นว่าน่าสนใจดีเลยโน้ตย่อไว้ก่อน</p>
<p>มันเริ่มมาจากสองสามเดือนก่อน ได้คุยกับเพื่อนที่เป็นอาจารย์ที่สถาปัด แล้วเพื่อนเล่าว่าภายในภาควิชาของเพื่อนมีความกังวลจนเป็น issue ขึ้นมา เนื่องจากว่าภาควิชานี้อยู่ดีๆ ในตอนหลังๆ มันก็มีแต่ผู้หญิงมาเรียนไง แบบ ผู้หญิงมาเรียนกัน 80 เปอร์เซ็นต์ เพื่อนและครูในภาคก็เลยหวาดกลัวกันว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ชายมาเรียนที่ภาคนี้ดี เพราะไม่งั้นอนาคตของวงการสถาปัตแบบนี้ มันคงมีแต่งานหยุมหยิมหวานๆ แหววๆ ดอกไม้งดงามกันอย่างเดียว</p>
<p>พอเราฟังแล้วเราก็เอะใจไง รู้สึกว่ามันมีแง่มุมการเหยียดๆ โดยไม่รู้ตัวรึเปล่า แบ่งการเอะใจเป็นสามข้อ คือ</p>
<p>1.ทำไมต้องคิดว่าสิ่งที่มหาลัยของคุณผลิตมา มันจะต้องเปนอนาคตของวงการสถาปัตด้วย มหาลัยอื่นเขาก็ผลิตกันได้ แล้วไอ้ปรากฎการณ์เรื่องผู้หญิงเรียนเยอะนี่มันเป็นกันทุกมหาลัยรึเปล่า ถ้าเป็นสิ มันถึงน่าจะหยิบยกมาพูดกัน แต่ถ้ามันเปนที่มหาลัยนี้มหาลัยเดียว มันก็เป็นการกังวลเกินไปไหม (หรือกลัวตึกจะออกมาเป็นรูปโยนี ไม่ออกมาเป็นแท่งๆ แล้ว หรืออย่างไร?)</p>
<p>2.ต่อให้มันเป็นกันทุกมหาลัยนะ เราว่ามันก็ยังไม่ใช่ปัญหาอยู่ดีรึเปล่า คือ ทำไมไม่เชื่อในการแข่งขันล่ะ ทำไมไม่ปล่อยให้ผู้หญิง หรือสถาปนิกผู้หญิงแข่งกันเอง แล้วก็ฆ่ากันเอง คือ ถ้าเกิดความต้องการตลาดมันยังเท่าเดิม คือยังต้องการอะไรแมนๆ อยู่ สุดท้ายผู้หญิงก็ต้องแข่งกันเองแหละนะ (รวมทั้งมันก็ไม่เสมอไปใช่ไหม ว่าผู้หญิงต้องออกแบบอะไรที่หวานๆ)</p>
<p>3.แล้วในอดีตที่ผ่านมา ไอ้เวลาที่มีผู้ชายเรียนอะไรเยอะๆ เนี่ย มันเคยถูก raise เป็นประเด็นขึ้นมารึเปล่า? ทำไมพอเป็นผู้หญิงปุ๊บ มันก็เลยต้องเป็นประเด็นขึ้นมาทันทีว่าไม่ควรนะ ควรจะให้นักเรียนทั้งสองเพศเท่ากันในห้องเรียน (นั่นแน่ แต่พอเปนผู้ชายเยอะ ไม่เคยพูดกันเรื่องนี้เลย)</p>
<p>ทีนี้ PNA ก็เลยพูดขึ้มาว่า misogyny อีเราก็โง่มาก ไม่รู้ว่าแปลว่าอะไร เลยไปเปิดดิก เออ เลยรู้ว่าแปลว่าการเกลียดผู้หญิง วิธีคิดแบบเกลียดผู้หญิง จดไว้ จดจด ซึ่งบางทีคนมันเป็นโดยไม่รู้ตัวน่ะ PNA บอกว่า คนมันไม่ค่อยเข้าใจไง ว่าสิ่งที่เรียกว่า ผู้เชี่ยวชาญ เนีย มันมักจะถูกผูกขาดโดยผู้ชายเสมอๆ (เผลอๆ อ สถาปัด ก้เป็นผู้ชายมากกว่าใช่ไหม? ) ผู้ชายมักจะเอาไปกินหมดจ้ะ ไอ้อาชีพที่ชายความเชี่ยวชาญเนี่ย คิดดูสิว่ามันน่าสนใจไหมว่า การออกแบบบ้าน ซึ่งบ้านนี่มันคือพื้นที่ของผู้หญิงอยู่มากกว่าผู้ชาย สุดท้ายพอบอกว่าผู้เชี่ยวชาญการออกแบบบ้าน มันก็ยังต้องเป็นผู้ชายอยู่ดี</p>
<p>ก็เลยคุยกันเรื่องพ่อครัว คือ อันนี้คลาสสิคมาก ว่พ่อครัวตามโรงแรมนี่มันต้องเป็นผู้ชายใช่ไหม แบบ ถ้าคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับภัตตาคาร คุณต้องเป็นผู้ชายจ้า ส่วนผู้หญิง ไปเลย โน่น ไปขายก๋วยเตี๋ยว ผัดกะเพรา ร้านข้างทาง ร้านโรงอาหาร หรือที่บ้าน ถึงยอมให้ผู้หญิงทำได้</p>
<p>PNA ก็เลยลามมาถึงเรื่อง จูเลีย</p>
<p>โอเคตัดเรื่อง เมอรีล สตรีพ เล่นเก่ง น่ารัก เสียงสูง อะไรพวกนี้ออกไปก่อนเลยนะ ไม่งั้นมาบังตา มัวแต่พูดแค่ว่าหนังเรื่องนี้เมอรีล สตรีพเล่นเก่ง จบ หนังไม่ต้องมีอะไรดีเหลือกันพอดี แล้วก็ตัดเรื่องป้านอร่า เอฟรอน อะไรแบบนั้นออกไปด้วย</p>
<p>PNA ให้ข้อมูลว่า จูเลีย ไชล์ เนี่ย มันแรงมากเลยนะ ในบริบทตอนที่เธอทำรายการอาหารออกทีวีเนี่ย มันพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินเลยนะ เพราะมันไม่เคยมีหรอก ที่ผู้หญิงจะมาเป็นเชฟ แล้วได้ออกทีวี สมัยนั้นเนี่ย พวกนักวิจารณ์อาหารเนี่ย ก็ด่าเธอเละเทะกันเลยนะ แต่ทั้งนี้มันเพราะว่าบริบทสังคมมากำกับไง ว่าผู้เชี่ยวชาญอาหารต้องเป็นผู้ชายเท่านั้น หนังเกี่ยวกับเชฟก็จะเป็นแบบนี้ตลอด ขนาดหนังการ์ตูนก็ยังต้องเป็นแบบนี้เลย</p>
<p>แล้วอีป้าจูเลีย นี่มันหนักอีกขั้นในแง่ข้ามชนชั้นด้วย เพราะเธอจะสถาปนาตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญอาหารฝรั่งเศสไง ซึ่งแบบ แม่ง เป็นอาหารชั้นเลิศมาก อย่างน้อยก็มากกว่าอาหารอเมริกันแน่ๆ (แฮมเบอเกอร์) นั่นทำให้ไอ้ความเชี่ยวชาญเฉพาะ ทางมันสูงขึ้น แล้วการที่ จูเลีย ไชลด์ จะมาเคลมจุดนี่ มันเลยน่าสนใจมากๆ เพราะสังคมสมัยนยั้นคิดว่า เฮ้ จูเลีย คุณเป็นคนอเมริกัน ผู้หญิงด้วย คุณต้องทำอาหารกระจอกๆ สิ อาหารดีๆ ต้องให้เชฟในอเมริกาแถบใต้มาเป็นผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น</p>
<p>พอ PNA พูดยังงี้ เราเลยนึกว่า เออ ช่ายๆ หนังมันก็เน้นจุดนี้นะ เพราะว่ากว่าที่จะได้ตีพิมพ์หนังสือเนี่ย มันนานมาก (หนังเล่นกับเรื่องการพิมพ์หนังสือ มากกว่ารายการโทรทัศน์) แล้วส่งไปให้ใครเขาก็ไม่พิมพ์ไง เพราะมันล่มใหญ่ แล้วเป็นผู้หญิงเขียนอีก จนกระทั่งมียัย บก คนนึงที่ไปลองทำเองแล้วอร่อย ทำนองว่าหนังชี้ให้เห็นว่า มันต้องเป็นประสบการณ์แบบผู้หญิงเท่านั้นแหละ ถึงมาช่วยผู้หญิงด้วยกันเอง</p>
<p>แต่ PNA ไม่ค่อยสนใจเรื่องหนังสือ เพราะเรื่องที่แรงกว่ามันคือการทำผ่านรายการโทรทัศน์ไง มันแรงมาก แล้วไอ้จุดที่ปฏิวัติจริงๆ ซึ่งตอนเราดูหนัง เราก็ไม่เข้าใจหรอกนะ จนมาตอนนี้เพิ่งเข้าใจ ก็คือฉากที่ป้าจูเลีย ไชลด์ เธอทำปลา หรือไก่งวง หรืออาหารอะไรสักอย่างหล่นกลางรายการน่ะ แล้วเธอก็หัวเราะขึ้นมา แล้วบอกว่า &#8220;ไม่ต้องห่วงนะคะ ตอนคุณทำอาหารที่บ้าน คุณก็ทำคนเดียว ไม่มีใครรู้หรอกค่ะว่าคุณทำพลาด&#8221;</p>
<p>ซึ่งไอ้ประโยคและลีลาแบบนี้ (ซึ่งหนังทรีตมันเป็นแค่เรื่องตลก น่ารักๆ ช่วย characterization น่ะ) ที่จริงมันสำคัญมากๆ เลย เพราะ นี่ไง นี่คือผู้หญิง และผู้หญิงเข้าใจว่าการทำครัวมันพลาดกันได้โว้ย!!! คือก่อนหน้านี้หรือปัจจุบันนี้ เวลาเราดูรายการอาหารที่เชฟเป็นผู้ชายทำเนี่ย คนพวกนี้จะไม่เคยทำอาหารพลาดบน จอโทรทัศน์เลยไง แม่ง เก่งมาก เพราะอะไรเหรอ เพราะว่าถ้ามันทำพลาด มันก็สั่งตัดต่อใหม่ไง มันไม่ยอมให้ตัวเองพลาด เพราะมัน หรือเชฟเนี่ย มันต้องเป็นเจ้าแห่งความเชี่ยวชาญใช่ไหม พลาดไม่ได้แม้แต่ช้อนเดียว</p>
<p>แต่สิ่งที่ยัย จูเลีย ไชลด์ มันใช้เอาชนะดงผู้ชายก็คือ ไอ้ความเป็นผู้หญิงนี่แหละ ว่าฉันไม่ต้องเชี่ยวชาญแบบปลอมๆ แบบแข็งแกร่งกันทุกระเบียดนิ้วแบบนั้นหรอกนะ แต่ฉันก็เหมือนคุณ (หมายถึงผู้หญิงที่ดูอยู่ทีบ้าน) เวลาเราเข้าครัว เราไม่เคยสะอาดกันหรอก มันก็มีอะไรพลาด อะไรตก อะไรหล่น ลืมนั้น ลืมนี่ ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติของการทำครัวไง มันเป็นเรื่องปกติของแม่บ้านทุกคน ไอ้การทำเนื้อหมูหล่นบนพื้น แล้วหยิบมาล้างใหม่ แล้วทำใหม่ มันไมได้ทำให้อาหารมันไม่อร่อยหรอก แล้วก็มีแต่คุณแม่บ้านเท่านั้นแหละจ้ะ ที่รู้ว่าอาหารมันหล่นบนพื้นไปแล้ว ก็แค่นั้นเอง แล้วไอ้รายการของจูเลียที่เราเห็น มันคือรายการสดด้วยไง มันก็มีพลาด แล้วยังไงล่ะ ไม่เป็นไรหรอกค่า คนเราพลาดกันได้ คุณอยู่ในห้องครัวคนเดียวนีนา เท่านั้นแหละ แ ม่บ้านติดกันทั้งประเทศ เพราะรู้สึกว่ามีเพื่อน มีคนที่ทำอะไรเปิ่นๆ เหมือนฉัน</p>
<p>PNA เล่าว่า วิธีการแบบจูเลีย ไชลด์ เนี่ย หมึกแดงเอามาใช้เหมือนกันนะ เช่น หมึกแดงงออกทีวี ทำผัดไทย ปรากฏว่าสีซีดมาก เส้นก็เละ หมึกแดงเลยบอกว่า อ่าว ผมพลาดแล้วล่ะ ลืมไปเลยว่าถั่วงอกต้องให้สะเด็ดน้ำก่อน เพราถ้าใส่ไปทั้งที่ยังแชะน้ำอยู่ น้ำมันจะไปทำให้เส้นเละ&#8230;เวลาคุณแม่บ้านทำ ก็อย่าพลาดแบบหมึกแดงนะ</p>
<p>นี่ไง คนเลยชอบ เพราะการเข้าครัวมันเป็นการผจญภัยน่ะ คนมันไมได้เป็นหุ่นยนต์หรือเครืองจักรที่จะทำอาหารเหมือนเดิมได้ทุกครั้ง มันก็ลองอะไรใหม่ๆ ทำโน่น ผิดนี่ ไอ้นี่ต่างหากคือชีวิตการทำครัวจริงๆ แล้วมันทำให้อาหารอร่อย</p>
<p>จบจ้ะ อุทิศความดีความชอบให้ PNA (ชื่อสมมติ)</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/tetecinema.wordpress.com/7/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/tetecinema.wordpress.com/7/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/tetecinema.wordpress.com/7/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/tetecinema.wordpress.com/7/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/tetecinema.wordpress.com/7/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/tetecinema.wordpress.com/7/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/tetecinema.wordpress.com/7/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/tetecinema.wordpress.com/7/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/tetecinema.wordpress.com/7/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/tetecinema.wordpress.com/7/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/tetecinema.wordpress.com/7/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/tetecinema.wordpress.com/7/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/tetecinema.wordpress.com/7/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/tetecinema.wordpress.com/7/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tetecinema.wordpress.com&amp;blog=12509957&amp;post=7&amp;subd=tetecinema&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://tetecinema.wordpress.com/2010/03/09/%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-julie-and-julia-%e0%b9%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/51bb5399638b957e7575474240717f42?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">tetecinema</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Why i write my blog again</title>
		<link>http://tetecinema.wordpress.com/2010/03/09/i-write-my-blog-again/</link>
		<comments>http://tetecinema.wordpress.com/2010/03/09/i-write-my-blog-again/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 09 Mar 2010 16:15:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tetecinema</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://tetecinema.wordpress.com/2010/03/09/i-write-my-blog-again/</guid>
		<description><![CDATA[Pedalling through the dark currents I find an accurate copy a blueprint of the pleasure in me Bjork &#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212; Hello, it &#8216;s been a long long time since i wrote my last blog @ exteen.com. I quited the blog scene several years ago because i was lazy and i thought at that time i need [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tetecinema.wordpress.com&amp;blog=12509957&amp;post=3&amp;subd=tetecinema&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><em>Pedalling through<br />
the dark currents<br />
I find an accurate copy<br />
a blueprint<br />
of the pleasure in me</em><em> </em></p>
<p><em> Bjork</em></p>
<p><em>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;</em></p>
<p>Hello, it &#8216;s been a long long time since i wrote my last blog @ exteen.com. I quited the blog scene several years ago because i was lazy and i thought at that time i need to keep something, some feeling, some space for myself alone. I felt danger. When blog and myspace culture came to our lives many years ago, it&#8217;s like everybody wanted to express or overexpose themselve to the world. And it&#8217;s too much. For me, i must limit that kind of exposedness  because if i revealed too much, i wouldnt have anything left.</p>
<p>But the time is changed. We are in the era of facebook and i found that the personal space like Facebook, nowadays turns to be the public space. Furthermore,  i found that i wrote many many things on facebook and it  disappeared very easily. So i open this blog as a place for me and my beloved friends &amp; cinema lovers. It is so irony that the reason i create my blog again in the actual same reason why i closed my blog long time ago.</p>
<p>But we are in the era of irony, arent we?</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/tetecinema.wordpress.com/3/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/tetecinema.wordpress.com/3/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/tetecinema.wordpress.com/3/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/tetecinema.wordpress.com/3/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/tetecinema.wordpress.com/3/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/tetecinema.wordpress.com/3/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/tetecinema.wordpress.com/3/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/tetecinema.wordpress.com/3/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/tetecinema.wordpress.com/3/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/tetecinema.wordpress.com/3/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/tetecinema.wordpress.com/3/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/tetecinema.wordpress.com/3/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/tetecinema.wordpress.com/3/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/tetecinema.wordpress.com/3/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tetecinema.wordpress.com&amp;blog=12509957&amp;post=3&amp;subd=tetecinema&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://tetecinema.wordpress.com/2010/03/09/i-write-my-blog-again/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/51bb5399638b957e7575474240717f42?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">tetecinema</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>
