โน้ตย่อกันลืมเรื่อง Julie and Julia และอื่นๆ

เมื่อคืนคุยกับ PNA (ชื่อสมมติ) ถึงเรื่องประเด็นเฟมินิสต์บางอย่าง เห็นว่าน่าสนใจดีเลยโน้ตย่อไว้ก่อน

มันเริ่มมาจากสองสามเดือนก่อน ได้คุยกับเพื่อนที่เป็นอาจารย์ที่สถาปัด แล้วเพื่อนเล่าว่าภายในภาควิชาของเพื่อนมีความกังวลจนเป็น issue ขึ้นมา เนื่องจากว่าภาควิชานี้อยู่ดีๆ ในตอนหลังๆ มันก็มีแต่ผู้หญิงมาเรียนไง แบบ ผู้หญิงมาเรียนกัน 80 เปอร์เซ็นต์ เพื่อนและครูในภาคก็เลยหวาดกลัวกันว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ชายมาเรียนที่ภาคนี้ดี เพราะไม่งั้นอนาคตของวงการสถาปัตแบบนี้ มันคงมีแต่งานหยุมหยิมหวานๆ แหววๆ ดอกไม้งดงามกันอย่างเดียว

พอเราฟังแล้วเราก็เอะใจไง รู้สึกว่ามันมีแง่มุมการเหยียดๆ โดยไม่รู้ตัวรึเปล่า แบ่งการเอะใจเป็นสามข้อ คือ

1.ทำไมต้องคิดว่าสิ่งที่มหาลัยของคุณผลิตมา มันจะต้องเปนอนาคตของวงการสถาปัตด้วย มหาลัยอื่นเขาก็ผลิตกันได้ แล้วไอ้ปรากฎการณ์เรื่องผู้หญิงเรียนเยอะนี่มันเป็นกันทุกมหาลัยรึเปล่า ถ้าเป็นสิ มันถึงน่าจะหยิบยกมาพูดกัน แต่ถ้ามันเปนที่มหาลัยนี้มหาลัยเดียว มันก็เป็นการกังวลเกินไปไหม (หรือกลัวตึกจะออกมาเป็นรูปโยนี ไม่ออกมาเป็นแท่งๆ แล้ว หรืออย่างไร?)

2.ต่อให้มันเป็นกันทุกมหาลัยนะ เราว่ามันก็ยังไม่ใช่ปัญหาอยู่ดีรึเปล่า คือ ทำไมไม่เชื่อในการแข่งขันล่ะ ทำไมไม่ปล่อยให้ผู้หญิง หรือสถาปนิกผู้หญิงแข่งกันเอง แล้วก็ฆ่ากันเอง คือ ถ้าเกิดความต้องการตลาดมันยังเท่าเดิม คือยังต้องการอะไรแมนๆ อยู่ สุดท้ายผู้หญิงก็ต้องแข่งกันเองแหละนะ (รวมทั้งมันก็ไม่เสมอไปใช่ไหม ว่าผู้หญิงต้องออกแบบอะไรที่หวานๆ)

3.แล้วในอดีตที่ผ่านมา ไอ้เวลาที่มีผู้ชายเรียนอะไรเยอะๆ เนี่ย มันเคยถูก raise เป็นประเด็นขึ้นมารึเปล่า? ทำไมพอเป็นผู้หญิงปุ๊บ มันก็เลยต้องเป็นประเด็นขึ้นมาทันทีว่าไม่ควรนะ ควรจะให้นักเรียนทั้งสองเพศเท่ากันในห้องเรียน (นั่นแน่ แต่พอเปนผู้ชายเยอะ ไม่เคยพูดกันเรื่องนี้เลย)

ทีนี้ PNA ก็เลยพูดขึ้มาว่า misogyny อีเราก็โง่มาก ไม่รู้ว่าแปลว่าอะไร เลยไปเปิดดิก เออ เลยรู้ว่าแปลว่าการเกลียดผู้หญิง วิธีคิดแบบเกลียดผู้หญิง จดไว้ จดจด ซึ่งบางทีคนมันเป็นโดยไม่รู้ตัวน่ะ PNA บอกว่า คนมันไม่ค่อยเข้าใจไง ว่าสิ่งที่เรียกว่า ผู้เชี่ยวชาญ เนีย มันมักจะถูกผูกขาดโดยผู้ชายเสมอๆ (เผลอๆ อ สถาปัด ก้เป็นผู้ชายมากกว่าใช่ไหม? ) ผู้ชายมักจะเอาไปกินหมดจ้ะ ไอ้อาชีพที่ชายความเชี่ยวชาญเนี่ย คิดดูสิว่ามันน่าสนใจไหมว่า การออกแบบบ้าน ซึ่งบ้านนี่มันคือพื้นที่ของผู้หญิงอยู่มากกว่าผู้ชาย สุดท้ายพอบอกว่าผู้เชี่ยวชาญการออกแบบบ้าน มันก็ยังต้องเป็นผู้ชายอยู่ดี

ก็เลยคุยกันเรื่องพ่อครัว คือ อันนี้คลาสสิคมาก ว่พ่อครัวตามโรงแรมนี่มันต้องเป็นผู้ชายใช่ไหม แบบ ถ้าคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับภัตตาคาร คุณต้องเป็นผู้ชายจ้า ส่วนผู้หญิง ไปเลย โน่น ไปขายก๋วยเตี๋ยว ผัดกะเพรา ร้านข้างทาง ร้านโรงอาหาร หรือที่บ้าน ถึงยอมให้ผู้หญิงทำได้

PNA ก็เลยลามมาถึงเรื่อง จูเลีย

โอเคตัดเรื่อง เมอรีล สตรีพ เล่นเก่ง น่ารัก เสียงสูง อะไรพวกนี้ออกไปก่อนเลยนะ ไม่งั้นมาบังตา มัวแต่พูดแค่ว่าหนังเรื่องนี้เมอรีล สตรีพเล่นเก่ง จบ หนังไม่ต้องมีอะไรดีเหลือกันพอดี แล้วก็ตัดเรื่องป้านอร่า เอฟรอน อะไรแบบนั้นออกไปด้วย

PNA ให้ข้อมูลว่า จูเลีย ไชล์ เนี่ย มันแรงมากเลยนะ ในบริบทตอนที่เธอทำรายการอาหารออกทีวีเนี่ย มันพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินเลยนะ เพราะมันไม่เคยมีหรอก ที่ผู้หญิงจะมาเป็นเชฟ แล้วได้ออกทีวี สมัยนั้นเนี่ย พวกนักวิจารณ์อาหารเนี่ย ก็ด่าเธอเละเทะกันเลยนะ แต่ทั้งนี้มันเพราะว่าบริบทสังคมมากำกับไง ว่าผู้เชี่ยวชาญอาหารต้องเป็นผู้ชายเท่านั้น หนังเกี่ยวกับเชฟก็จะเป็นแบบนี้ตลอด ขนาดหนังการ์ตูนก็ยังต้องเป็นแบบนี้เลย

แล้วอีป้าจูเลีย นี่มันหนักอีกขั้นในแง่ข้ามชนชั้นด้วย เพราะเธอจะสถาปนาตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญอาหารฝรั่งเศสไง ซึ่งแบบ แม่ง เป็นอาหารชั้นเลิศมาก อย่างน้อยก็มากกว่าอาหารอเมริกันแน่ๆ (แฮมเบอเกอร์) นั่นทำให้ไอ้ความเชี่ยวชาญเฉพาะ ทางมันสูงขึ้น แล้วการที่ จูเลีย ไชลด์ จะมาเคลมจุดนี่ มันเลยน่าสนใจมากๆ เพราะสังคมสมัยนยั้นคิดว่า เฮ้ จูเลีย คุณเป็นคนอเมริกัน ผู้หญิงด้วย คุณต้องทำอาหารกระจอกๆ สิ อาหารดีๆ ต้องให้เชฟในอเมริกาแถบใต้มาเป็นผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

พอ PNA พูดยังงี้ เราเลยนึกว่า เออ ช่ายๆ หนังมันก็เน้นจุดนี้นะ เพราะว่ากว่าที่จะได้ตีพิมพ์หนังสือเนี่ย มันนานมาก (หนังเล่นกับเรื่องการพิมพ์หนังสือ มากกว่ารายการโทรทัศน์) แล้วส่งไปให้ใครเขาก็ไม่พิมพ์ไง เพราะมันล่มใหญ่ แล้วเป็นผู้หญิงเขียนอีก จนกระทั่งมียัย บก คนนึงที่ไปลองทำเองแล้วอร่อย ทำนองว่าหนังชี้ให้เห็นว่า มันต้องเป็นประสบการณ์แบบผู้หญิงเท่านั้นแหละ ถึงมาช่วยผู้หญิงด้วยกันเอง

แต่ PNA ไม่ค่อยสนใจเรื่องหนังสือ เพราะเรื่องที่แรงกว่ามันคือการทำผ่านรายการโทรทัศน์ไง มันแรงมาก แล้วไอ้จุดที่ปฏิวัติจริงๆ ซึ่งตอนเราดูหนัง เราก็ไม่เข้าใจหรอกนะ จนมาตอนนี้เพิ่งเข้าใจ ก็คือฉากที่ป้าจูเลีย ไชลด์ เธอทำปลา หรือไก่งวง หรืออาหารอะไรสักอย่างหล่นกลางรายการน่ะ แล้วเธอก็หัวเราะขึ้นมา แล้วบอกว่า “ไม่ต้องห่วงนะคะ ตอนคุณทำอาหารที่บ้าน คุณก็ทำคนเดียว ไม่มีใครรู้หรอกค่ะว่าคุณทำพลาด”

ซึ่งไอ้ประโยคและลีลาแบบนี้ (ซึ่งหนังทรีตมันเป็นแค่เรื่องตลก น่ารักๆ ช่วย characterization น่ะ) ที่จริงมันสำคัญมากๆ เลย เพราะ นี่ไง นี่คือผู้หญิง และผู้หญิงเข้าใจว่าการทำครัวมันพลาดกันได้โว้ย!!! คือก่อนหน้านี้หรือปัจจุบันนี้ เวลาเราดูรายการอาหารที่เชฟเป็นผู้ชายทำเนี่ย คนพวกนี้จะไม่เคยทำอาหารพลาดบน จอโทรทัศน์เลยไง แม่ง เก่งมาก เพราะอะไรเหรอ เพราะว่าถ้ามันทำพลาด มันก็สั่งตัดต่อใหม่ไง มันไม่ยอมให้ตัวเองพลาด เพราะมัน หรือเชฟเนี่ย มันต้องเป็นเจ้าแห่งความเชี่ยวชาญใช่ไหม พลาดไม่ได้แม้แต่ช้อนเดียว

แต่สิ่งที่ยัย จูเลีย ไชลด์ มันใช้เอาชนะดงผู้ชายก็คือ ไอ้ความเป็นผู้หญิงนี่แหละ ว่าฉันไม่ต้องเชี่ยวชาญแบบปลอมๆ แบบแข็งแกร่งกันทุกระเบียดนิ้วแบบนั้นหรอกนะ แต่ฉันก็เหมือนคุณ (หมายถึงผู้หญิงที่ดูอยู่ทีบ้าน) เวลาเราเข้าครัว เราไม่เคยสะอาดกันหรอก มันก็มีอะไรพลาด อะไรตก อะไรหล่น ลืมนั้น ลืมนี่ ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติของการทำครัวไง มันเป็นเรื่องปกติของแม่บ้านทุกคน ไอ้การทำเนื้อหมูหล่นบนพื้น แล้วหยิบมาล้างใหม่ แล้วทำใหม่ มันไมได้ทำให้อาหารมันไม่อร่อยหรอก แล้วก็มีแต่คุณแม่บ้านเท่านั้นแหละจ้ะ ที่รู้ว่าอาหารมันหล่นบนพื้นไปแล้ว ก็แค่นั้นเอง แล้วไอ้รายการของจูเลียที่เราเห็น มันคือรายการสดด้วยไง มันก็มีพลาด แล้วยังไงล่ะ ไม่เป็นไรหรอกค่า คนเราพลาดกันได้ คุณอยู่ในห้องครัวคนเดียวนีนา เท่านั้นแหละ แ ม่บ้านติดกันทั้งประเทศ เพราะรู้สึกว่ามีเพื่อน มีคนที่ทำอะไรเปิ่นๆ เหมือนฉัน

PNA เล่าว่า วิธีการแบบจูเลีย ไชลด์ เนี่ย หมึกแดงเอามาใช้เหมือนกันนะ เช่น หมึกแดงงออกทีวี ทำผัดไทย ปรากฏว่าสีซีดมาก เส้นก็เละ หมึกแดงเลยบอกว่า อ่าว ผมพลาดแล้วล่ะ ลืมไปเลยว่าถั่วงอกต้องให้สะเด็ดน้ำก่อน เพราถ้าใส่ไปทั้งที่ยังแชะน้ำอยู่ น้ำมันจะไปทำให้เส้นเละ…เวลาคุณแม่บ้านทำ ก็อย่าพลาดแบบหมึกแดงนะ

นี่ไง คนเลยชอบ เพราะการเข้าครัวมันเป็นการผจญภัยน่ะ คนมันไมได้เป็นหุ่นยนต์หรือเครืองจักรที่จะทำอาหารเหมือนเดิมได้ทุกครั้ง มันก็ลองอะไรใหม่ๆ ทำโน่น ผิดนี่ ไอ้นี่ต่างหากคือชีวิตการทำครัวจริงๆ แล้วมันทำให้อาหารอร่อย

จบจ้ะ อุทิศความดีความชอบให้ PNA (ชื่อสมมติ)

0 Responses to “โน้ตย่อกันลืมเรื่อง Julie and Julia และอื่นๆ”



  1. ให้ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s





%d bloggers like this: