Les herbes folles

 Film-Szenenbild zu The House of the Devil

รูปภาพจาก The House of the Devil

Les herbes folles (2009, Alain Resnais, A++++++++)
ต้องอย่างนี้สิ คนที่ปฏิวัติการเล่นแร่แปรธาตุของกาลเวลาและสถานที่ในภาพยนตร์ หนังเรื่องใหม่ของเขาเป็นหนังโรแมนติคคอมมิดี้เสน่ห์ล้นสุดเพี้ยนผสานด้วยเทคนิคแบบเดียวกับ Last Year at Marienbad นางเอกเป็นหมอฟันซึ่งขับเครื่องบินได้ หนักข้อกว่า Private Fear in Public Place (2006) ประมาณ 20 เท่า ที่ตลกคือดูเสร็จแล้วเราถึงขั้นเอาไปฝันว่าเราขับเครื่องบิน (เพราะตัวละครนางเอกเป็นหมอฟันที่ขับเครื่องบินเล็กเป็น) อแลง เรเน่ส์ ในวัย 87 ปี ทำหนังที่ไม่มีความเชยหรือคลิเชสักวินาที  พวกภาษาหนังหรือเสียงเพลงหรือเสียงบรรยาย เสียงซุบซิบที่ปกติไม่ได้ถูกใช้อย่างนี้ การจัดแสงก็สุดสวิงมาก การตัดต่ออีก แล้วยัยเอมมานูเอล เดโวส์ นี่ตลกมากๆ งานภาพโดย อีริค โกติเยร์ สุดยอดมาก คนนี้น่าจะเป็นตากล้องที่ดีที่สุดของยุคนี้ในสายตาของเรา

The King of Escape (2009, Alain Guiraudie, A+++++++)
เป็นหนังเกย์ที่ตลกมากๆ ว่าด้วยเกย์ที่มีวิกฤตวัยกลางคน เลยไปเอาเด็กผู้หญิง อีเด็กนี่เป็นนางเอกเรื่อง The Secret of the Grain ชอบการนำเสนอเกย์ในหนังเรื่องนี้ เพราะเราไม่สามารถแยกออกได้ว่าคนไหนคือเกย์ คนไหนคือผู้ชาย เพราะทุกคนอ้วนหรือผอมเกินไปและหน้าตาไม่ดีกันทุกคน เป็นหนังเกย์ที่ควรดู

Web of Deception (1989, David Chung, A+++++++)
หักเหลี่ยมเฉือนคมกันสุดๆ หลินชิงเสียเล่นเป็นคุณนายเจ้าของบ้านได้ดีมากๆ ส่วนหวังจู่เสียนบ้ามากเพราะเธอต้องเล่นเป็นฝาแฝด มีผุ้หญิงประสาทแดกอีกหลายคนในบ้านหลังนี้ เรื่องเกือบจะทั้งหมดเกิดขึ้นภายในคืนหนึ่งที่มีการขโมย หักหลัง ฆาตกรรม วางยาพิษ โอ๊ย สนุก

The Girl with the Dragon Tattoo or Millenium : Part I – Men Who Hate Women (2009, Niels Arden Oplev, A++)
The Girl Who Played with Fire (2009, Daniel Alfredson, A)
The Girl Who Kicked the Hornet’s Nest ((2009, Daniel Alfredson, A+)
เป็นไตรภาคที่น่าสนใจมาก ชอบตัวละครเอกมาก เริ่มต้นจากเรื่องเล๋กๆ สไตลทอกาธา คริสตี แต่ถูกขยายออกไปจนกลายเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ระบบชนชั้นในเดนมาร์ค ตัวละครนางเอกเหมือนเปนคนที่ผ่านจากนรกแต่แผลยังไม่หายดี

ดิฉันไม่ใช่โสเภณี (1993, พยุง พยกุล, A+)
ชอบหลายๆฉากในหนังเรื่องนี้ คิดว่าหนังที่ถ่ายทำในยุโรปเมื่อ 16 ปีก่อนเรื่องนี้ ถ่ายได้ดีกว่า Dear Galileo ธิดา ธีระรัตน์ เล่นเหี้ยมาก รู้เลยว่าซื้อรางวัลแน่ๆ แต่ ชนานา นุตาคม เล่นดีมากๆ ในบทแม่เล้า ไม่มีการโอเว่อร์แอคติ้งเลย มีฉากชนานาจับเป้าแซม ยุรนันท์ด้วย แรงมาก
ส่วนที่เราบอกว่าถ่ายดีกว่ากาลิเลโอ ก็คือมันจะมีส่วนที่ถ่ายวิวทิวทัศน์ชีวิผู้คนท้องถนนเหมือนกับสารคดีแทรกเข้ามาเป้นช่วงๆ น่ะ แต่ในกาลิเลโอเรานึกไม่ออกเลยว่ามีรึเปล่า มันมีแต่การเอาแต่ถ่ายตัวละครหรือไม่ก็เป็นรูปวิวแบบโปสการ์ด
ซึ่งเราไม่ค่อยถูกชะตาเท่าไร

อีกอย่างคือเราไม่แน่ใจว่าตอนออกฉายหนังได้รับการยกย่องขนาดไหน แต่พอมาดูตอนนี้ มันก็ทำหน้าที่บันทึกสังคมไทยได้ดีนะ โดยเฉพาะกระแสของผู้หญิงรุ่นใหม่ที่ต้องการเลี้ยงปากเลี้ยงท้องด้วยการหาสามีฝรั่ง มันน่าสนใจมากๆ แถมเขียนจากประวัติคนจริงๆ อีก แต่สิ่งที่ตลกมากๆ การนำเสนอที่ว่า สุดท้ายแล้วผู้หญิงไทยพวกนี้ก็มักจะมีปัญหากับแม่ผัว ซึ่งตลกดี ไม่แน่ใจว่ามันเป็นเรื่องจริงไหม (เพราะมันดูโคตรละครไทยเลย) หรือว่าเป็นสิ่งที่ผู้เขียนแต่งเติมขึ้นมาเพื่อให้นวนิยายของตัวเองดูมีความเป็นละคร คล่องคอคนอ่านคนดูหนังชาวไทยมากขึ้น

Je veux voir (2008, Joana Hadjithomas, Khalil Joreige, A+)
แคทเธอรีน เดอเนิฟ ไปดูซากปรักหักพังในเลบานอน เป็นหนังผสมสารคดี ไม่แน่ใจว่าฉากไหนจริงหรือแต่ง ดูแล้วนึกถึงประเทศไทยมากในอนาคตมากๆ และเดอเนิฟเล่นฉากสุดท้ายดีมากๆ คือหลังจากที่เธอไปดูความยากลำบากและผลลัพธ์ของสงครามแล้ว เธอต้องไปเดินในงานปาร์ตี้สุดหรูที่โรงแรมจัดให้ แล้วเรารู้เลยว่าเธอคงอึดอัดและเศร้ามากๆ แม้เธอจะแสดงออกเพียงเล็กน้อย

The House of the Devil (2009, Ti West, A+)
เป็นหนังสยองขวัญที่ใช้เครื่องมือทุกอย่างเหมือนหนังยุค 80 เหมือนกำลังนั่งดู The Omen เวอร์ชั่นเก่าๆ อยู่ เรื่องของพี่เลี้ยงที่ถูกล่อให้มาเป็นตัวสังเวยลัทธิซาตาน เทคนิคของหนังมันชวนเสน่ห์มากๆ ได้ข่าวว่าหนังออกเป็นวิดีโอก่อนจะออกเป็นดีวีดีซะด้วย ชอบ เกนตา เกอร์วิก ในหนังมาก เธอเล่นเป็นเพื่อนนางเอกชิบหายๆ

Le petit Nicolas (2009, Laurent Tirard, A+)
ตลกมาก เป็นเหมือนนวนิยายเด็ก แต่เด็กคนนี้มีแม่เป็นวาเลอรี ลาเมซิเยร์ มีครูเป็นซองดรีน คิปเบอแลง แล้วเด็กมันคิดว่าแม่ท้องน้องคนใหม่ มันกลัวจะถูกจับไปปล่อยในป่า (เพราะเพื่อนเล่าให้ฟังว่าเวลาบ้านที่มีเด็กใหม่ ลูกคนโตจะถูกเอาไปปล่อยในป่า) เด็กก็เลยพยายามหาทางสังหารน้องชายตัวเองในท้องแม่ ฟังเหมือนโหด แต่หนังทำออกมาน่ารักไร้เดียงสามากๆ

The Accompanist (1992, Claude Miller, A+/A)
โรมาน โบริงเย ในบทคนใช้และนักเปียโน กับ เยเลนา ซาโฟโนวา ในบทเจ้านาย/นักเปียโนน่าสนใจมาก โดยเฉพาะฝ่ายแรกที่มีความสัมพันธ์แบบทั้งรักทั้งเกลียด+passive กับฝ่ายหลัง ประมาณว่าเธอเห็นเจ้านายคบชู้ เธอก็ช่วยเจ้านาย แต่เธอก็มาร้องไห้เองว่าเจ้านายไม่รักเธอ

Killshot (2008, John Madden, A) ชอบตัวละครเกือบทุกตัว การกระจายน้ำหนัก และชอบที่มันเหมือนหนังทริลเลอร์ยุค 90
Shutter Island (2010, Martin Scorsese, A) ชอบเทคนิคต่างๆ มันเหมือนหนังเก่าดี ชอบลีโอ ทำให้นึกถึงเจมส์ สจวร์ต แต่ไม่ค่อยชอบความที่หนังสร้างจากนิยายของเดนิส ลาเฮน แต่ไฉนมันถึงไม่มีความเป็นมนุษย์และความขัดแย้งทางศีลธรรมเอาซะเลย หรือนำเสนอออกมาก็ไม่ละเอียดเท่าไร  ซึ่งแตกต่างจาก Mystic River และ Gone Baby Gone มากๆ เข้าใจว่าในนิยายน่ะมี แต่ตัวสกอร์เซซีและวิธีการทำหนังของเขาทำให้ความเป็นมนุษย์เหล่านี้หายไปหมด เหลือแค่พล้อต

Ander (2009, Roberto Caston, A) เป็นหนังเกย์ภูเขา คล้ายโบรคแบค แต่ไม่มีใครหน้าตาดี เรื่องเกิดในแคว้นบาสก์ประเทศสเปน พระเอกขาหัก เลยต้องหาคนมาช่วยทำไร่ แล้วคนที่มาช่วยนี่เป็นเกย์จากชิลี ฉากเซกซ์น่าตกใจมาก ที่ให้ A เพราะรู้สึกว่าไม่มีอะไรใหม่ หนังมีตัวละครอีกตัวที่น่าสนใจคือกะหรี่ใจบุญ ที่หลังจากรอคอยสามีที่ไปรบ เขาหายตัวไป เธอทำอะไรไม่ได้เลยต้องทำงานเป็นกะหรี่เพื่อเอาเงินมาเลี้ยงลูก

Frozen (2010, Adam Green, A) ชอบความสัมพันธ์ของตัวละครมากๆ ทำใหหนังเรื่องนี้เหนือกว่า Open Water หรือหนังแนว ‘ประสบการณ์ชีวิตสุดอันตราย’ มีความเป็น homoerotic นิดๆ

นาคปรก The Shadow of Naga (2008, Nasorn Panungkasiri, A) ทุกอย่างดูชั้นเดียวไปหมด แต่ดีที่ทราย เจริญปุระ และตอนเฉลยเรื่องหลวงพ่อ

Over Her Dead Body (2008, Jeff Lowell, A-) เป็นหนังสไตล์ Ghost อีวา ลองโกเลีย เล่นเปนผู้หญิงที่กำลังจะแต่งผัวแต่ดันตาย แล้ววิญญาณเลยไปหาหมอดู ปรากฎว่าอีหมอดูนี่จะเอาพระเอกทำผัวแทน 5555 เธอเลยต้องตบกับหมอดู แกล้งกันไปแกล้งกันมา ครึ่งแรกเลยดีมาก แต่ครึ่งหลังก็ตามสูตรอะนะ ผีกับคนอยู่กันไม่ได้ ฉันยินดีที่เธอมีรักใหม่ พระเอกคือ Paul Rudd น่ารักมากๆ ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงน่ารักตั้งแต่ Clueless มาจนถึงวันนี้

5 Responses to “Les herbes folles”


  1. 2 celinejulie เมษายน 17, 2010 ที่ 3:34 am

    I think WEB OF DECEPTION is one of my most favorite films of all time. I haven’t seen I’M NOT A PROSTITUTE, but it sounds interesting. I like one scene in JE VEUX VOIR very much. It’s the scene in which the car is stuck among landmines. The scene feels so real. If the scene was real, I imagine Catherine Deneuve would have felt scared shitless to be in that scene. She would have thought, “How I was so wrong to accept to be in this film! Now I’m going to die because I decided to star in this film.” I think the blurred lines between truth and fiction in this film is the reason why I feel this scene is very exciting. It allows me to imagine that the real Catherine Deneuve was in peril, not just “a fictional character” was in peril. There are some landmine scenes I like in other films, such as the ones in WEDDING IN GALILEE (1987, Michel Khleifi, A+), and in one episode in the TV series SUKEBAN DEKA 2, in which the heroine has to use both her steel mask and her yoyo to rescue a little baby among landmines while fighting the villain who uses boomerang as a weapon at the same time. The landmine scenes in these two works are very exciting, but because I know these scenes are fictional, these scenes don’t scare me as much as the landmine scene in JE VEUX VOIR.

  2. 3 tropicalmalady เมษายน 17, 2010 ที่ 7:03 am

    ผู้หญิงแย่งสับ กรี๊ดๆ

  3. 4 tetecinema เมษายน 17, 2010 ที่ 7:30 am

    Yes. That scene is very good because
    1. it tells that Beruit i very dangerous. Taking the wrong road may kill you.

    2. it blurs the line between real and fiction. I dont know anymore that this scene was created to be the conflict in the story or not. It looks real but it looks suspicios too, which is great.

    3. It’s like the peak scene for Deneuve. I agree with your point about “How I was so wrong to accept to be in this film! Now I’m going to die because I decided to star in this film.”. Firstly she was uncomfortable in the car when the story started (such as they didt have anythin to say to each other), then the Labanese actor left her on the street while he s searching for his home. I’m quite believe Deneuve worried like an actress without someone direct her and dindt know where the story went.

    4. I really love the final scene because it shows how good Deneuve is. With only her eyes, she turns this political drama into a love story. When her glamorous eyes and glamourous appearance looking for the lebanese actor and then found him, it’s so romantic.


  1. 1 FAVORITE LANDMINE SCENES « Limitless Cinema in Broken English Trackback บน เมษายน 17, 2010 ที่ 3:38 am

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s





%d bloggers like this: